11 สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับ Sportster Forty-Eight Special 2018

Sportster Forty-Eight Special 2018 คือหนึ่งใน 100 โมเดลใหม่ที่ Harley-Davidson วางแผนจะเปิดตัวให้หมดภายในปี 2027 มันคือรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Sportster Forty-Eight แบบธรรมดา โดยมีลูกเล่นเพิ่มเติมและจุดเด่น 11 ข้อหลัก ๆ ให้เราได้ทำความรู้จักกันตามนี้

1. แฮนด์บาร์ใหม่

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน Forty-Eight Special คือแฮนด์บาร์แบบ Tallboy ที่โค้งสูงขึ้นมา 7.25 นิ้ว แต่เอนมาด้านหลังน้อยกว่าแฮนด์บาร์แบบ Mini Apes  จุดเปลี่ยนนี้ทำให้ Forty-Eight Special สลัดลุคมอเตอร์ไซค์สไตล์คาเฟ่ออกไป กลายเป็นมอเตอร์ไซค์คัสตอมท้าลุยแรงลม

2. สรีรศาสตร์แบบใหม่

แฮนด์บาร์แบบ Tallboy ทำให้ลักษณะการนั่ง Forty-Eight Special ต่างไปจากรุ่นธรรมดา  หลังคนขับจะตั้งตรง ขาวางไปด้านหน้าและถ่างมากขึ้น เป็นผลจากห้องกรองอากาศขนาดใหญ่ที่เห็นชัดเจนมากขึ้น  ซึ่งการนั่งในท่านี้จะมอบความสบายและความถนัดในการขับขี่มากกว่าการนั่งในลักษณะ jackknife  ในสถานการณ์จริง ผู้ขับสามารถนั่ง Forty-Eight Special ทางไกลได้สบาย ๆ ตั้งแต่น้ำมันเต็มถังจนไฟเติมเชื้อเพลิงส่งสัญญาณเตือนขึ้นมา

3. แฮนด์บาร์ที่เน้นการควบคุมรถ

แฮนด์บาร์แบบ Tallboy อาจไม่ทำให้ Forty-Eight Special มีลุคแบบรถสปอร์ต แต่มันมอบการควบคุมที่ยอดเยี่ยม และทำงานได้อย่างไร้ที่ติกับโช๊ค 49mm ขนาดใหญ่และยาง Michelin Scorcher 31 สุดหนา ขนาด 130mm ขอบ 16 นิ้ว ที่เกาะถนนอย่างแน่นหนึบแม้พื้นผิวจะอยู่ในสถาพเปียกชื้นก็ตาม  ในทางคดเคี้ยว Forty-Eight Special คือมอเตอร์ไซค์ที่ขับสนุก แต่ถึงอย่างไรพื้นที่ในการเข้าโค้งก็ย่อมมีจำกัดเช่นกัน

4. เครื่อง Evolution 1200 ที่น่าประทับใจ

ด้วยแรงบิดขนาด 73 ฟุตปอนด์ และความเร็วรอบ 3,500 ต่อนาที การเร่งเครื่องของ Forty-Eight Special เป็นจุดที่น่าประทับใจ  ผู้ขับสามารถเร่งเครื่องฝ่ารถติดไปได้อย่างรวดเร็ว และจอดอย่างมั่นคงเมื่อต้องการ  อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เครื่องยนต์ที่แรงที่สุด และมีข้อจำกัดตามศักยภาพของมัน นั่นหมายความว่าผู้ขับจะสามารถควบคุมและคาดเดาความเร็วของ Forty-Eight Special ได้เพื่อการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ  ส่วนตัวเครื่องยนต์จะติดยางรองแท่นเพื่อกันการสะเทือน  ในเวลารถติดไฟแดงตัวเครื่อง V-twin จะสั่นเล็กน้อยและทำงานอย่างราบรื่นเมื่อคุณออกตัวอีกครั้ง

5. เบรกที่ให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป

นอกจากตำแหน่งการจับและเหยียบคันเบรกที่เปลี่ยนไปจากการมีแฮนด์บาร์แบบ Tallboy แล้ว พลังเบรกของ Forty-Eight Special ยังมอบความรู้สึกที่ต่างไปจาก Forty-Eight รุ่นธรรมดาอีกด้วย  เบรกหลังจะให้ความรู้สึกดุดันน้อยลง ส่วนแฮนด์บาร์แบบ Tallboy ก็ทำให้ผู้ขับไม่ได้ใช้เบรกหน้าอย่างหนักหน่วงเท่ากับการมีแฮนด์บาร์ลักษณะเตี้ยแบบเดิม  ในความเป็นจริงระบบ engine compression braking จะช่วยทำหน้าที่เรื่องการเบรกแทนผู้ขับซะส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามการติดระบบเบรก ABS เพิ่มเข้าไปจะช่วยให้ตัวรถมีศักยภาพการหยุดที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น

6. เบาะเดี่ยวสไตล์มินิมอล

แฮนด์บาร์แบบ Tallboy ส่งผลต่อลักษณะการนั่งของผู้ขับไม่น้อย แต่เบาะเดี่ยวของ Forty-Eight Special ก็มีเนินโค้งเพื่อรองรับบั้นท้ายของผู้ขับได้อย่างดี  การขับ Forty-Eight Special ตั้งแต่น้ำมันเต็มถังจนเกือบหมดจะส่งผลต่อช่วงล่างของคนขับเพียงน้อยนิด

7. ระบบกันสะเทือนที่น่าพอใจ

ในระหว่างการเดินทางระบบโช๊คหน้าและล้อระดับแบรนด์เนมของ Forty-Eight Special จะช่วยรองรับแรงกระแทกและหลบหลุมถนนต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเบาะนั่งอาจจะไม่ได้หนามากนักเนื่องจาก Harley-Davidson ต้องการกำหนดความสูงเบาะให้ไม่เกิน 28 นิ้ว  อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปผู้ขับจะไม่เจอกับอาการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกรุนแรงระหว่างการเดินทาง แม้มันอาจจะเกิดขึ้นได้นาน ๆ ครั้งก็ตาม

8. มอเตอร์ไซค์คนเมืองที่โดดเด่น

การขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมของ Forty-Eight Special ช่วยให้ผู้ขับซิกแซกฝ่าฝูงรถได้อย่างมั่นใจ  แฮนด์บาร์แบบ Tallboy จะอยู่ในระดับที่ไม่ชนกับกระจกข้างรถยนต์ซะส่วนใหญ่ ส่วนกระจกข้างตัวรถก็มอบวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางแม้จะมีขาตั้งขึ้นมาไม่สูงนัก  ความเร็วตั้งแต่ 65 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไปจะเริ่มส่งผลต่อโครงรถ ส่วนในความเร็วที่ต่ำกว่านั้นเช่นประมาณ 55 ไมล์ต่อชั่วโมง Forty-Eight Special จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการขับตลอดทาง

9. เฟรมรถที่แวววาวขึ้น

Forty-Eight Special เหมาะกับผู้ขับที่ชื่นชอบเฟรมรถแบบมันวาว เนื่องจากตัวรถมีการเคลือบสีโครเมียมมากกว่า Forty-Eight แบบธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ขับแต่ละราย

10. การตกแต่งสไตล์ AMF-era

แม้ยุค AMF 1970s จะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีสำหรับแฟน Harley-Davidson ซะส่วนใหญ่ ความสวยงามด้านกราฟฟิคและสไตล์การแต่งมอเตอร์ไซค์ในช่วงนั้น ก็ทำให้หลายคนหันมามอง Harley-Davidson ลุค 70 อีกครั้ง  Forty-Eight Special ทำให้ทุกคนหวนนึกถึงช่วงปีเหล่านั้นเหมือนกับ Sportster Seventy-Two แต่ตัวรถจะออกไปในสไตล์ bobber มากกว่าการเป็นรถสไตล์ chopper

11. ความเพลิดเพลินและฟังก์ชันที่มากกว่า

เมื่ออ่านมาถึงข้อนี้ หลายคนอาจจะตัดสินใจเลือก Sportster Forty-Eight รุ่นธรรมดาที่มีตำแหน่งการนั่งดูดีมีสไตล์มากกว่า อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในหัวใจหลักของการขี่ Harley-Davidson งาม ๆ สักคัน ก็คือความเพลิดเพลินในระหว่างการขับขี่ด้วย ซึ่ง Sportster Forty Eight Special 2018 ก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องความสบายและสไตล์ที่แปลกใหม่ ในกลิ่นอายของยุค 70 ได้เป็นอย่างดี

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

https://ultimatemotorcycling.com/2018/03/25/2018-harley-davidson-forty-eight-special-review-11-fast-facts/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley