12 สิ่งน่ารู้เกี่ยวกับ FAT BOB 2018

ในปี 2018 Harley-Davidson กลุ่ม Dyna ได้ถูกโอนถ่ายกลายเป็น Softail โฉมใหม่เกือบทั้งหมด หนึ่งในนั้นคือ Fat Bob มอเตอร์ไซค์สายดุดันพร้อมลุย ที่คราวนี้มีเครื่อง Milwaukee-Eight เป็นหัวใจใหม่คอยขับเคลื่อน เรามาดูกันว่าสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Fat Bob 2018 คันนี้มีอะไรบ้าง

1.กำลังเครื่องยนต์

Fat Bob 2018 ใช้เครื่อง Milwaukee-Eight 107 ซึ่งตามชื่อมีแรงบิดอยู่ที่ 107 ฟุตปอนด์อที่ความเร็วรอบ 3,500 ต่อนาที  ผู้ขับสามารถควบคุมพละกำลังของเครื่องยนต์ Fat Bob ได้อย่างสบายในรอบการเร่งเครื่องต่างๆ  คันเร่งที่ตอบสนองเป็นอย่างดีและระบบจ่ายน้ำมันที่ไร้ที่ติ ช่วยให้การขับ Fat Bob ในเมืองหรือบนเส้นทางที่คดเคี้ยวเป็นเรื่องง่าย  นวัตกรรม Dual Counterbalancing ช่วยให้ประสบการณ์การขับราบเรียบขึ้น  ถ้าหากเครื่อง 1746cc ยังไม่หนำใจ ผู้ขับก็สามารถเลือก Fat Bob ในเวอร์ชัน Milwaukee-Eight 114 ได้อีก

2.ท่อไอเสียที่ไม่เหมือนใคร

ท่อไอเสียลักษณะ 2-1-2 สามารถดึงดูดสายตาผู้คนได้อย่างดี และแผงกันความร้อนของจริงจะแสดงเฉดสีทองมากกว่าในรูปเล็กน้อย  ปลายท่อที่ค่อนข้างหนาและอ้วนจะขึ้นอยู่กับรสนิยมรายบุคคลว่าจะชอบหรือไม่  อย่างไรก็ตามอะไหล่มากมายในตลาดยังมีให้ผู้ขับเลือกสรรเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก รวมไปถึงการดัดแปลงในส่วนของเครื่องยนต์

3.หน้าตาดุดันขึ้น

ทีมออกแบบของฮาเลย์ตระหนักดีว่าควรรักษาภาพลักษณ์เดิมของมอเตอร์ไซค์แต่ละรุ่นไว้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดที่ทันสมัยเพิ่มเข้าไปในรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมา  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ Fat Bob 2018 ดูดุดันมากขึ้น แถมยังมีไฟหน้า LED หกเหลี่ยมสุดเฉียบ ซึ่งหลายคนที่เห็นครั้งแรกอาจยังไม่คุ้นตา แต่เมื่อได้เห็นตัวรถบ่อยๆ ไฟหน้าของ Fat Bob ก็ดูเฉียบจริงๆ

4.เบาะนั่งสุดสบาย

ที่ความสูงต่ำกว่า 28 นิ้วจากพื้น เบาะนั่งของ Fat Bob 2018 ถือว่าเป็นหนึ่งในเบาะที่นั่งสบายที่สุดในกลุ่ม Softail  ผู้ขับสามารถจัดท่าทางและร่างกายระหว่างขับขี่ และใช้ส่วนถังน้ำมันเป็นแนวยึดขาเวลาเข้าโค้งได้  ผู้ขับยังสามารถใช้ประโยชน์จากแฮนด์ลักษณะกว้างในการเข้าโค้งแบบ counter steering ได้อีกด้วย  โดยรวม Fat Bob 2018 มีลักษณะการนั่งแบบ neutral เหมาะสำหรับผู้ขับทั้งร่างเล็กและร่างใหญ่

5.ความรู้สึกในการขับจริง

แม้องศาการเอนตัวระหว่างเข้าโค้งในสเปคชีทของ Fat Bob 2018 จะเป็นเพียงตัวเลขเดียวเท่านั้น การนำ Fat Bob 2018 ออกไปขับจริงๆ กลับให้ความรู้สึกต่างออกไป  Fat Bob จะสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้ดีหากมีทิศทางกำหนดไว้ ซึ่งผู้ขับจะเร่งทำความเร็ว หรือผ่อนขับกินลมชมวิว ก็แล้วแต่สถานการณ์

6.เข้าโค้งอย่างคล่องแคล่ว

มุม rake 28 องศาที่ดุดัน กับระยะฐานล้อ 63.6 นิ้วที่กระชับ ช่วยให้ผู้ขับเข้าโค้งได้อย่างถนัดตัว  ระหว่างการเข้าโค้ง ตัวรถไม่แสดงอาการสั่นคลอนแม้แต่น้อย อย่างที่เคยพบใน Dyna รุ่นก่อนๆ  ยาง Dunlop ของ Harley (มีลายคล้ายๆ ยางแบบ ADV) มีส่วนช่วยอย่างมากให้ Fat Bob เคลื่อนตัวไปอย่างมั่นคงในระยะความเร็วต่างๆ

7.พักเท้าไม่ช่วยเรื่องการเข้าโค้ง

ตำแหน่งของพักเท้าจัดว่าอยู่กึ่งกลางระหว่าง mid control และ forward control และผู้ขับจะไม่สามารถถ่ายน้ำหนักไปที่พักเท้าได้อย่างที่ขาสปอร์ตชอบทำ  ตำแหน่งพักเท้าของ Fat Bob 2018 จะมีประโยชน์สำหรับการสัญจรไปมาหรือการเดินทางไกล  โดยเฉพาะที่ความเร็วต่ำ Fat Bob 2018 คือมอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรสำหรับผู้ขับอย่างมาก

8.โครงรถ Softail ยุคใหม่

ตัวแทนของ Harley-Davidson กล่าวไว้ว่าโครงรถ Softail โฉมใหม่มีค่าความแข็งเกร็งต่อแรงบิดดีกว่า Softail รุ่นก่อน 34% และมากถึง 62% เมื่อเทียบกับกลุ่ม Dyna  หลายคนอาจสงสัยว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลทางการตลาดหรือเปล่า ต้องตอบเลยว่าข้อมูลดังกล่าวตรงกับความเป็นจริง และมอบสมรรถนะการขับขี่ตามที่ได้กล่าวไว้อย่างถูกต้อง

9.ระบบกันสะเทือน

โช๊คหน้า Showa 43mm. และโช๊คหลังเดี่ยวของ Fat Bob 2018 เหมาะสำหรับการขับขี่แบบสบายๆ แต่ก็สามารถรับมืออุปสรรคบนเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างสนุก การหน่วงสปริง (damping) ที่ดีขึ้น ช่วยให้ Fat Bob เผชิญพื้นผิวขรุขระได้ง่าย โดยแรงกระแทกจะส่งผ่านถึงตัวคนขับเพียงเล็กน้อย และตัวรถจะกลับคืนสู่สมดุลอย่างรวดเร็วหลังจากแรงกระเทกนั้นๆ

10.ข้อดีของโช๊คหัวกลับ

แม้ระบบกันสะเทือนของ Fat Bob 2018 จะถือว่าดีเยี่ยมแล้ว ผู้ขับยังสามารถปรับจูนให้สะดวกสบายขึ้นได้อีก โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแผงคอเพิ่ม เพราะโช๊คหน้าแบบหัวกลับมีความมั่นคงที่เหนือกว่าโช๊คแบบทั่วไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และการเปลี่ยนโช๊คยังสามารถทำได้โดยใช้วิธี drop-in ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

11.ระบบเบรก

Fat Bob 2018 มีจานเบรกคู่กับคาลิปเปอร์ 4 พอต ที่ล้อหน้า การเบรกให้ความรู้สึกและการควบคุมดีเยี่ยม ทั้งเบรกมือและเบรกเท้า  ส่วนการหยุดรถถือว่าทำได้เหนือกว่า Softail รุ่นก่อนและตระกูล Dyna ซึ่งเป็นผลมาจากอุปกรณ์เบรก โครงรถ และวัสดุยางชุดใหม่ที่ฮาเลย์นำมาใช้  Fat Bob 2018 คือมอเตอร์ไซค์ที่ท้าทายให้คุณทดสอบความแรง เพราะผู้ขับสามารถหยุดรถได้อย่างทันท่วงทีเมื่อต้องการ

12.ดุดันสุดหลัง Dyna Low Rider S

Fat Bob 2018 ถือเป็นโมเดลที่มีความดุดันมากที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวของ Dyna Low Rider S และต้องยอมรับว่า Fat Bob 2018 เหนือกว่า Low Rider S และ Dyna รุ่นอื่นๆ ในทุกประการ  ด้วยโครงรถใหม่ เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight และระบบกันสะเทือนที่ตอบสนองผู้ขับ Fat Bob 2018 เหมาะแก่การนำไปแต่งคัสตอมอย่างยิ่ง เพราะต้องยอบรับว่า หนึ่งในความสุขของการมี Harley-Davidson ไว้สักคัน ก็คืออิสรภาพในการได้แต่งรถให้ออกมาในแบบที่ต้องการ และสะท้อนความเป็นตัวคุณออกมาได้ดีที่สุด

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

แหล่งที่มา https://ultimatemotorcycling.com/2017/08/31/2018-harley-davidson-fat-bob-review-13-fast-facts/3/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley