1941 74FL กับเครื่องยนต์ Knucklehead ที่เหนือกว่าเดิม

1941 74FL กับเครื่องยนต์ Knucklehead ที่เหนือกว่าเดิม

ปรัชญาของ Harley-Davidson อย่างหนึ่งคือ เวลามีไอเดียหรือนวัตกรรมเจ๋ง ๆ เกิดขึ้น พวกเขาจะพัฒนาต่อยอดมันขึ้นไปอีก ไอเดียนี้คือที่มาของ Harley-Davidson โมเดล 1941 74FL ที่ต่อยอดมาจากโมเดล 1936 61EL ที่เราพูดถึงไปในบทความที่แล้ว โดยในโมเดลนี้ ฮาเลย์ได้เพิ่มความจุเครื่องยนต์จาก 61 ลูกบาศก์นิ้ว เป็น 74 ลูกบาศก์นิ้ว และปรับปรุงรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมาย แม้โมเดล 74FL ที่เหนือกว่าจะถูกผลิตออกมา แต่ฮาเลย์ก็ไม่ได้ยกเลิกขาย 61EL แต่อย่างใด ยังคงอยู่ในไลน์สินค้าต่อไป

นอกจากเครื่องยนต์ที่ได้พัฒนาขึ้นแล้ว เฟรมรถของ 1941 74FL ก็มีความแข็งแกร่งขึ้นด้วย รวมถึงระบบส่งกำลังก็มีการปรับจูนให้ดีขึ้น นับตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องยนต์ Knucklehead ในปี 1936

แม้เครื่องยนต์ overhead-valve (ประเภทของเครื่องยนต์ Knucklehead) จะมีการปรับปรุงอยู่เป็นประจำ วิวัฒณาการของมันเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง และเราสามารถพูดได้ว่าฮาเลย์รุ่นต่าง ๆ ในปัจจุบัน มีความเกี่ยวพันกับโมเดลในปี 1936 ไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 1942 การผลิตโมเดล Knucklehead เหล่านี้ ได้ถูกหยุดชะงักลงจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากฮาเลย์ได้หันไปทุ่มกำลังการผลิตมอเตอร์ไซค์ให้กับกองทัพแทน และโมเดล FL ที่ว่าก็ไม่ได้กลับมามียอดขายที่ดีอีกเลยจนถึงปี 1946 (ช่วงที่สงครามได้จบลงแล้ว)

หลังจากปีดังเกล่า ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับโมเดล Knucklehead ทั้งหลาย จนถึงปี 1948 ที่บทบาทของเครื่องยนต์เจนใหม่อย่าง Panhead เข้ามาทำหน้าที่แทน

ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่างโมเดล 1941 74FL กับ โมเดล 1936 61 EL เราจะเห็นพัฒนาการของตัวรถในช่วงระยะเวลา 5 ปี อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของกล่องเครื่องมือ toolbox ที่ออกแบบให้ลู่ลมขึ้น กรองอากาศทรงกลม หรือท่อไอเสียที่มีการจูนเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับตัวรถ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความโมเดิร์นให้กับ 74FL โดยผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการออกแบบนี้คือ ดีไซน์เนอร์ที่ชื่อ Raymond Loewy

แต่นอกจาก Raymond Loewy แล้ว ก็ยังมี Greyhound Scenicruiser bus และ Studebaker Avanti ที่มีส่วนร่วมในการออกแบบครั้งนี้ แต่ด้านชื่อเสียงเรียงนามแล้ว Raymond Loewy ถือเป็นดีไซน์เนอร์ในแวดวงมอเตอร์ไซค์ ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ก็ว่าได้

ถึงจุดนี้ เรามาดูรายระเอียดรอบคันของเจ้า 1941 74FL กันบ้าง เริ่มกันที่ส่วนหน้าของตัวรถ แตรผิวโครเมียมทรงกลมพร้อมลวดลายปีกอินทรี อันเป็นสัญลักษณ์ของ Harley-Davidson อยู่ใต้ไฟหน้าดวงใหญ่ที่วางในตำแหน่งสูงเป็นพิเศษ เมื่อสององค์ประกอบนี้รวมกัน ทำให้โปรไฟล์ด้านหน้าของ 74FL หล่อไม่แพ้ฮาเลย์คลาสสิกคันไหน

ส่วนแฮนด์บาร์จะเป็นลักษณะกว้าง ตรงกลางถังน้ำมันจะเป็นหน้าปัดเรือนไมล์สไตล์ cat’s eye คือมีหน้าปัดสองวงใหญ่ คล้าย ๆ แมวตาโต และมีฝาทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ฝั่งขวา (ความจุ 3.8 ลิตร หรือเท่ากับ 1 แกลลอน)  ส่วนด้านข้างถังจะเป็นโลโก้ Harley-Davidson สีเงิน font แดงแบบคลาสสิก ที่ฮาเลย์ใช้ตั้งแต่ปี 1940

Center ของตัวรถเปิดเผยให้เห็นองค์ประกอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรองอากาศผิวโครเมียมทรงกลม ปั๊มน้ำมันเครื่องแบบ vane type ท่อไอเสียส่วนต้นที่เป็นผิวโครเมียม รวมถึงส่วนบนของเครื่องยนต์ที่เรียกว่า Knucklehead rocker cover

ถัดลงมาจะเป็นส่วนของ เบาะที่ทำจากหนังวัวสีน้ำตาล และด้านหลังเครื่องยนต์จะเป็นแบตเตอรี่ที่วางอยู่กึ่งกลางของถังน้ำมันเครื่อง ซึ่งถังสีดำทรงสามเหลี่ยมบริเวณล้อหลัง ก็คือกล่องเก็บเครื่องมือนั่นเอง

ปิดท้ายกันที่ส่วนล้อ 1941 74FL ใช้ขอบล้อกว้าง 16 นิ้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสะบายในการขับขี่ เมื่อเทียบกับล้อขนาดใหญ่รุ่นเก่า บังโคลนหน้าหลังใช้สี Skyway Blue ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สีที่มีให้เลือกในปี 1941 โดยส่วนท้ายของบังโคลนหลังจะสามารถยกเปิดได้ เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนยาง ความเท่ของบริเวณล้อยังอยู่ที่แถบสีขาวที่เรียกว่า Whitewall บนตัวยาง และเส้นโครเมียมที่ลากยาว ตัดกับสีบนบังโคลนอย่างสวยงาม

Specifications

เครื่องยนต์: Overhead-valve, V-twin

ความจุเครื่องยนต์: 74 cu. in. (1,213 cc)

กำลังเครื่องยนต์: 48 bhp ที่ 5,000 รอบ

ระบบส่งกำลัง: ความเร็ว 4 ระดับ hand shift

เฟรมรถ: tubular cradle

ระบบกันสะเทือน: Leading-link front forks

น้ำหนัก: 243kg (535lb)

ความเร็วสูงสุด: 169km/h (105mph)

 

แปลจาก หนังสือ Ultimate Harley-Davidson โดย Hugo Wilson

รูปภาพ https://www.pinterest.cl/pin/327144360412470136/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley