“1942 WLA” มอเตอร์ไซค์ฮีโร่ในสงคราม

“1942 WLA” มอเตอร์ไซค์ฮีโร่ในสงคราม

WLA คือ Harley-Davidson รุ่นที่กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ส่งลำเลียงทหารไปยังจุดต่างๆ มันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและพื้นถนนหลากรายรูปแบบ อีกทั้งยังขับง่าย maintenance ง่าย จึงได้ถูกเลือกใช้ให้แก่เหล่าทหารในช่วงยุคสงครามโลก

แน่นอนตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ย่อมมีมอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่นที่ถูกใช้ในกองทัพสหรัฐเช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว Harley-Davidson คือพระเอกใน scene นั้น อย่างภาพถ่ายทหารอเมริกันคนแรกที่ถูกส่งไปรบในเยอรมัน ก็เป็นภาพของเขากำลังขี่มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson เช่นกัน

WLA เป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจากโมเดล WL ที่ใช้ขับในเมืองในชีวิตประจำวันเท่านั้น โดยส่วนประกอบของ WLA จะมีเครื่องยนต์ side-valve ขนาดความจุ 45 ลบน. หรือ 738cc มีระบบเกียร์ 3 สปีด และทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 105 กม/ชม

นอกจากนี้ WLA ยังมีชิลด์หน้าบังลม และชิลด์ขาที่ทำจากวัสดุ canvas ทั้งสองฝั่ง จากรูปด้านบนจะสังเกตุเห็นได้ว่าบังโคลนหน้ามีการจัดวางในตำแหน่งที่สูงกว่าล้ออยู่พอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้โคลนเข้ามาอุดตันเวลาวิ่งในพื้นที่ที่มีโคลนเยอะ

ใต้ท้องรถจะมีวัสดุ bashplate คอยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอะไหล่ด้านใน ส่วนท่อไอเสียจะเป็นทรงหางปลาหรือที่เรียกว่า Fishtail  ที่ด้านหลังตัวรถมีตะแกรงบรรทุกของ กระเป๋าหนัง ส่วนด้านหน้าเป็นซองใส่ปืน Thompson 45 Calibre Machinegun

1942 WLA เป็นมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่ถูกผลิตให้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกถึง 80,000 คัน ส่วนโมเดลอื่นที่ฮาเลย์ผลิตเพื่อใช้ในสงครามก็มีอีกเช่นกัน เช่น โมเดล XA และโมเดล U ที่ผลิตให้กับฝ่ายกองทัพเรือ

1941 WLD Sport Solo

หลังจากทำความรู้จักกับ WLA เรามาดู Harley-Davidson คลาสสิกรุ่นหนึ่งที่ใช้วิ่งในเมืองกันบ้างอย่าง 1941 WLD Sport Solo ซึ่งอยู่ในตระกูล W-series ที่ฮาเลย์เปิดตัวมาสู้กับโมเดล Indian 45s ถึงแม้ค่าย Indian จะเปิดตัวโมเดลประเภท 45 ลบน. มาก่อนหลายปี แต่สุดท้าย1941 WLD Sport Solo ของ Harley-Davidson นั้นได้รับความนิยมจากลูกค้าในตลาดมากกว่า

ตระกูล W-series ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนตระกูล R-series ซึ่งมีสเปคคล้ายๆ กัน ต่างกันอยู่ที่เรื่องดีไซน์ โดย Harley-Davidson W-series จะมีลักษณะคล้ายกับiรุ่น 61 Knucklehead และมีจุดเด่นที่การใช้ถังน้ำมันทรงหยดน้ำตา

W-series มีให้เลือกด้วยกัน 3 เวอร์ชันคือโมเดล W เป็นตัวเบสิก โมเดล WLD เป็นรุ่น high-compression และโมเดล WLDR ที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งทำความเร็ว ส่วนที่เห็นในรูปนี้เป็นโมเดลปี 1941 ซึ่งหาดูยากมาก เนื่องจากช่วงนั้น ฮาเลย์หันไปผลิตมอเตอร์ไซค์จำนวนมากให้กับกองทัพสหรัฐ

1941 WLD Sport Solo ใช้เครื่องยนต์ side-valve หรือที่เรียกว่า flathead ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การผลิตและดูแลรักษาง่าย แต่เรื่อง performance อาจจะไม่โดดเด่นเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างปี 1920-1950 ผู้คนจะให้ความสำคัญกับการใช้งานและการดูแลรักษาที่ง่ายมากกว่า ทำให้เครื่องยนต์ประเภท side-valve กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทั่วสหรัฐอเมริกาใช้กัน ไม่ว่าจะในวงการมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์

Harley-Davidson WLD Sport Solo นอกจากจะใช้เครื่องยนต์ประเภท side-valve แล้ว ยังมีการใช้ระบบ recirculating lubrication แบบใหม่ ซึ่งจะมีการกักเก็บน้ำมันไว้ฝั่งซ้ายของถังน้ำมัน WLD Sport Solo เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีระบบกันสะเทือนหลัง แต่มีการออกแบบเบาะนั่งให้ค่อนข้างกว้างเพื่อทดแทนความสะดวกสบายระหว่างนั่งในจุดนี้  บังโคลนทั้งหน้าและหลังสามารถเปิดขึ้นได้ เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมหรือเปลี่ยนล้อ โดยบังโคลนหน้าจะเป็นแบบ Valanced mudguard มี Running light อยู่ด้านบน นอกจากนี้ล้อหน้าและล้อหลังยังสามารถใช้ทดแทนกันได้อีกด้วย

ความพิเศษของ WLD Sport Solo ยังอยู่ที่การแต่ง accessories เสริมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟแบบ chrome spotlights, การแต่งผิวโครเมียมบนบังโคลนหน้า หรือการเพิ่ม Safety bar เข้าไปให้กับตัวรถ นับเป็น Harley-Davidson รุ่นคลาสสิกคันหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

 

แหล่งข้อมูล Ultimate Harley-Davidson New Edition โดย Hugo Wilson

รูปภาพ

http://toliveonthewind.blogspot.com/2014/11/harley-davidson-1941-wld-sport-solo.html

https://www.mecum.com/lots/EJ0315-211604/1942-harley-davidson-wla-military/

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley