1944 U Navy หนึ่งในขุนพลสงครามโลกครั้งที่ 2

1944 U Navy หนึ่งในขุนพลสงครามโลกครั้งที่ 2

U Model ถูกเปิดตัวมาในปี 1937 เพื่อทดแทนรุ่น V-series 74 และรุ่น 80 ลูกบาศก์นิ้ว โดยมีเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ได้รับการออกแบบต่อยอดมาจากรุ่น 61E Knucklehead ที่เปิดตัวไปในปีก่อนหน้า รวมถึงสไตล์ขององค์ประกอบส่วนอื่น เช่น ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบเกียร์ ก็ถูกออกแบบโดยใช้โมเดลพรีเมียมอย่าง Knucklehead เป็นต้นแบบ

กลุ่มแฟนโมเดลที่ใช้เครื่องยนต์ Side-valve ณ ตอนนั้นจึงได้องค์ประกอบที่มีลุคโมเดิร์นขึ้นโดยมีเครื่องยนต์ที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิม พร้อมเกียร์ 4 สปีด ที่ทำให้ตัวรถเหมาะแก่การทำเป็นรถพ่วงข้าง (sidecar) โดยเฉพาะ เนื่องจากมีศักยภาพเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น Harley-Davidson ได้ผลิตมอเตอร์ไซค์จำนวนมากส่งให้กับฝ่ายสัมพันธมิตร (the Allied) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโมเดล WLA 45 ลูกบาศก์นิ้ว แต่ก็มีส่ง U Model ให้จำนวนหนึ่งเช่นกัน ส่วนรุ่นทีเห็นในภาพนี้จะเป็นรุ่นที่ถูกส่งให้กับ US Navy เพื่อใช้ลาดตระเวนบนฝั่งในเกาะ Guam ซึ่งเป็นดินแดนที่สหรัฐอเมริกาปกครอง

มีคนได้ให้ความเห็นว่า U Model เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ออกแบบโดยใช้โมเดล Knucklehead แบบ all-new เป็นพื้นฐาน โดยมีเครื่องยนต์ side-vale รุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพและทุกคนไว้วางใจ เป็นองค์ประกอบ

จุดเด่นหลัก ๆ ของโมเดล U-series คือการเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีความเรียบง่าย และทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เหมาะแก่การใช้งานในกองทัพทหาร ส่วนโมเดล 1944 U Navy คันนี้มีการปรับแต่งเล็กน้อย เช่น ในส่วนของไฟจะเป็นแบบ blackout lighting รวมถึงส่วนของซองใส่ปืน rifle นอกจากนี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเกิดภาวะขลาดแคลนสินค้าต่าง ๆ อย่างวัสดุยางที่ปกติไว้ใช้ทำปลอกแฮนด์มอเตอร์ไซค์เกิดหมด ก็ถูกแทนที่ด้วยวัสดุพลาสติกแทน หรือย่างคันเหยียบ kick-starter ก็จะเปลี่ยนไปใช้วัสดุเหล็กเปลือยๆ เท่านั้น

Model U รุ่น 80 ลูกบาศก์นิ้ว ได้ถูกผลิตจนถึงปี 1941 เท่านั้น ก่อนจะถูกยกเลิกไป ส่วนรุ่น 74 ลูกบาศก์นิ้วซึ่งก็คือคันนี้จะมีการผลิตไปจนถึงปี 1948

ปลุกกระแสการแข่งมอเตอร์ไซค์ด้วย 1949 WR Racer

ในปี 1934 ธรรมเนียมการแข่งมอเตอร์ไซค์ในอเมริกาได้เปลี่ยนไป เพื่อหันไปสนับสนุนนักแข่งสมัครเล่น ที่ใช้มอเตอร์ไซค์ผลิตจากโรงงานและราคาไม่สูง มากขึ้น แม้โมเดล 45 ลูกบาศก์นิ้วของ Harley-Davidson และ Indian จะมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ Harley-Davidson จำเป็นต้องคิดค้นโมเดลในคลาสนี้ออกมาใหม่ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่ง

โดยในปี 1937 Harley-Davidson ได้ส่งโมเดล WLDR เข้าสู่ตลาด แต่บริษัทจะเริ่มเห็นเสียงตอบรับจากลูกค้าจริง ๆ ก็คือช่วงเปิดตัวโมเดลล WR (flat-track) และ WRTT (TT) ในปี 1941

โมเดลมอเตอร์ไซค์แข่งเหล่านี้ถูกผลิตออกมาโดยใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น อย่างโมเดล WR ก็จะเลือกใช้พักเท้าแบบ footrest ที่สั้นกว่าแบบ footboard มีการใช้เฟรมรถน้ำหนักเบา (lightweight frame) และไม่มีเบรก ที่สำคัญเครื่องยนต์ของโมเดล WR นั้นทรงพลังกว่า W models ที่เป็นต้นแบบดีไซน์ อยู่มาก

โมเดล 1949 WR Racer มาพร้อมกับองค์ประกอบหลากหลายให้คนขับปรับแต่งwได้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท เช่น ถังน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเล็กก็เอาไว้ใช้สำหรับการแข่งขัน ส่วนถังน้ำมันแบบใหญ่ก็เอาไว้ใช้สำหรับการขับระยะทางไกล

จะว่าไปแล้ว นวัตกรรมที่ Harley-Davidson ได้สร้างไว้กับโมเดล WR อย่างแท้จริงคือการช่วยสนับสนุนนักแข่งมือสมัครเล่นให้มีส่วนร่วมในวงการมากขึ้น โดยการมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เลือกปรับแต่งมากมาย ทำให้กระแสนิยมการแข่งมอเตอร์ไซค์ในหมู่มือสมัครเล่นเติบโตมากขึ้น

 

แปลจาก หนังสือ Ultimate Harley-Davidson

รูปภาพ https://www.pinterest.com/pin/327144360412470107/?lp=true

https://www.pinterest.com/pin/258464466100418139/?lp=true

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley