1966 BTH Bobcat คลาสเล็กรุ่นสุดท้ายของฮาเลย์ที่ผลิตใน USA

1966 BTH Bobcat คลาสเล็กรุ่นสุดท้ายของฮาเลย์ที่ผลิตใน USA

ตลาดมอเตอร์ไซค์ในสหรัฐอเมริกาถูกสั่นคลอนในยุค 1960s จากการเข้ามาของมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นจำนวนมาก  ในปี 1963 ฮาเลย์จึงได้เปิดตัวโมเดล “BT Pacer” ซึ่งเป็นรุ่นที่อัพเกรดมาจากโมเดล S 165cc ด้วยการใช้เฟรมรถแบบใหม่ ระบบกันสะเทือนหลังที่สำคัญ พร้อมเครื่องยนต์เวอร์ชันใหม่ขนาด 175cc และในปี 1966 ก็มีการรีเวิร์คมันอีกครั้งจนเกิดเป็นโมเดล “Bobcat” ที่มีสไตล์สอดคล้องกับกระแสการวิ่ง off-road หรือทางฝุ่นในช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นโมเดลที่ผลิตออกมาปีเดียวเท่านั้น

Bobcat ถือเป็นโมเดลคลาสเล็กสุดท้ายของ Harley-Davidson ที่ผลิตในอเมริกา และเป็นรุ่นสุดท้ายที่ต่อยอดมาจาก มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ที่ฮาเลย์นำดีไซน์จากบริษัท German DKW มาใช้  เพราะหลังจากที่ฮาเลย์ได้เข้าซื้อบริษัท Aermacchi ในปี 1960 แล้ว ฐานการผลิตมอเตอร์ไซค์คลาสเล็กของพวกเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อิตาลีในปี 1966

แม้การบุกตลาดมอเตอร์ไซค์คลาสเล็กของฮาเลย์ จะถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ แต่สินค้าของพวกเขาก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงกับมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่น ที่มีองค์ประกอบเพรียบพร้อมและราคาที่น่าดึงดูดมากกว่า

หากจะพูดถึงโมเดลแรก ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น Bobcat ก็คือโมเดล 125cc ที่ฮาเลย์ใช้ดีไซน์จากบริษัท German DKW และเริ่มขายในปี 1948 โมเดลนั้นมีจุดยืนในการเป็นมอเตอร์ไซค์ราคาย่อมเยา สอดคล้องกับการเงินของผู้คนในช่วงนั้น (หลังสงครามโลก) ที่ยังไม่คล่องตัวมากนัก

หลังจากนั้นก็มีรุ่นใหม่ที่ฮาเลย์พัฒนาต่อยอดมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hummer, Pacer, Scat, Ranger หรือ Super 10 ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีความจุเครื่องยนต์ที่ต่างกัน ตั้งแต่ 125 จนถึง 175 cc

แม้ Bobcat จะถูกผลิตออกมาเพียงปีเดียว หรือประมาณ 1,150 คันเท่านั้น แต่บอดี้ของมันที่เป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมดหรือที่เรียกว่า monocoque ถือเป็นเทคนิคที่ฮาเลย์นำไปใช้กับ Super Glide รุ่นแรก ๆ ในไม่กี่ปีให้หลังด้วย

1966 BTH Bobcat มีกระจกข้างด้านซ้ายฝั่งเดียว คันเบรกอยู่หลังแฮนด์ฝั่งขวา บังโคลนทำจากโลหะ ซึ่งมีส่วนที่ยึดเข้ากับส่วนกลางของล้อหน้า (mudguard stay) ถึง 6 จุด  ปลอกแฮนด์มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดกว้าง มิเตอร์ความเร็วถูกจัดวางอยู่ตำแหน่งกลางแฮนด์แบบเรียบง่าย ไฟหน้าแต่งขอบด้วยวัสดุผิวโครเมียม

ถังน้ำมันมีความจุ 7.5 ลิตร ซ่อนอยู่ในเฟรมรถที่ทำจากวัสดุ Fiberglass และด้านข้างบริเวณถังจะมีโลโก้ Harley-Davidson แบบหกเหลี่ยม  ถัดจากถังน้ำมันมาจะเป็นเบาะนั่ง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกเป็นเบาะเดี่ยวหรือเบาะคู่ได้ จะเห็นได้ว่าเฟรมรถตั้งแต่ถังน้ำมันยาวไปจนถึงบังโคลนหลังและไฟท้ายจะเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด

บริเวณเครื่องยนต์จะมีกระปุกเกียร์ ส่วนต้นของท่อไอเสียจะมี Heat shield ไว้กันความร้อนเวลาขาคนขับกระทบ และตำแหน่งปลายท่อไอเสียจะอยู่ในระดับสูงพอสมควร บริเวณล้อหลังจะมีบังโซ่และเฟืองโซ่แบบ 49 ซี่ ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนเป็นแบบ 84 ซี่ได้ สำหรับใช้วิ่งทางฝุ่น

ระบบกันสะเทือนหลังของ Bobcat จะมีสปริงและสวิงอาร์ม ส่วนสีมาตรฐานของตัวรถก็คือสี Holiday Red และ Indigo Metallic และมีสี Sparkling Burgundy ให้เลือกเป็นออปชัน

Specifications

เครื่องยนต์: Single cylinder, 2 จังหวะ

ความจุเครื่องยนต์: 175cc

กำลังเครื่องยนต์: 10 bhp (โดยประมาณ)

ระบบส่งกำลัง: ความเร็ว 3 ระดับ, ขับเคลื่อนด้วยโซ่

เฟรมรถ: Tubular cradle

ระบบกันสะเทือน: Telescopic front forks, สวิงอาร์มหลัง

ความเร็วสูงสุด: 105km/h (65mph) โดยประมาณ

 

แปลจาก หนังสือ Ultimate Harley-Davidson โดย Hugo Wilson

รูปภาพ https://www.pinterest.ca/pin/855472891689897914/

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley