Harley-Davidson EL61 1941-1946

Harley-Davidson EL61 1941-1946

กำเนิดเครื่อง Knucklehead

รถ Harley-Davidson 1936 ใหม่ Special Sport เบาะเดี่ยว รุ่น E และ EL ถือเป็นรถ Harley-Davidson รุ่นแรกที่ขยับขึ้นไปใช้เครื่องยนต์ OHV V-TWIN 1,000cc (61 cu in) ชื่อเล่นของเครื่องรุ่นนี้คือ Knucklehead เนื่องจากการออกแบบเครื่อง ที่วางชุด Rocker Boxes อยู่ใต้ถังน้ำมัน จึงเป้นที่มาของชื่อดังกล่าว

จังหวะการทำงานของวาวล์เครื่อง ควบคุมด้วย แคม 4 ตัว ซึ่งทำงานเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งติดตั้งอยู่บนแคมชาร์ปกลางอีกที

เครื่องยนต์ใหม่นี้ถูกวางในเฟรมคู่แบบใหม่ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับมัน รวมทั้งโช๊คสปริงเกอร์ใหม่ที่ถูกปรับปรุงมาสำหรับเครื่องใหม่นี้โดยเฉพาะเช่นกัน

รถ EL 1940 ได้รับการปรับปรุงให้มีคาบูเรเตอร์ และ ขนาดช่องไอดีที่ใหญ่ขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงม้าของรถ

นอกจากนั้น Harley-Davidson ยังได้ปรับปรุงสายและวิธีการผลิต รวมทั้ง นำเทคโนโลยีใหม่ๆใส่ลงในรถรุ่นนี้อีกหลายอย่าง เสื้อสูบใหม่ กรองอากาศใหม่ รวมถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น แป้นวางเท้ารูปทรงใหม่ เป็นรูปตัว D แทนที่ทรงสามเหลี่ยมที่ใช้มายาวนาน

ในปี 1941 รถรุ่น FL ได้ขยับขนาดเครื่อง Knucklehead ขึ้นเป็น 1,200cc 74 cu.in ให้กำลังสูงสุด 48 แรงม้าที่ รอบเครื่อง 5,000 รอบต่อนาที

อย่างไรก็ตามสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้การพัฒนาของรถรุ่นนี้ล่าช้าออกไปจนถึงปี 1946

ปี 1947 เป็นปีสุดท้ายที่ Harley-Davidson ผลิตเครื่อง Knucklehead ออกสู่ท้องตลาด ซึ่งเครื่อง Knucklehead ที่มีวางจำหน่ายในเวลานั้น แบ่งออกเป็น

เครื่องขนาด 1,200 cc สำหรับรถรุ่น F Sport Solo และ FL Special Sport

และ เครื่องขนาด 1,000 cc สำหรับรถรุ่น EL Sport Solo

สายการผลิตของ Harley-Davidson Big Twin วาวล์บนนี้ ได้ผลิตรถ รุ่น EL ออกมา 4,117 คัน รถพ่วงข้าง ES 237 คัน รถ FL 6,893 คัน และ FS พ่วงข้าง จำนวน 401 คัน

Harley-Davidson EL61 รถต้นแบบแห่งเครื่อง Knucklehead ที่ลือลั่น สร้างชื่อให้กับ Harley-Davidson มาอย่างยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

Harley Davidson WLA 45 1941-1945

Harley-Davidson WLA45

Harley Davidson WLA 45 1941-1945 รถติดอาวุธ

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มระอุขึ้นในปี 1942 Harley Davidson ได้รับออเดอร์ให้ผลิต รถรุ่น 45 WLA และ WLC เพิ่มจำนวนนับหมื่นคัน ส่งให้กับกองทัพสหรัฐ แคนาดา และ อังกฤษ เพื่อใช้ในราชการสงคราม

รถ WLA ทกรุ่น ที่ผลิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะผลิตในปีไหน ต่างถูกเรียกว่ารุ่น 1942 วินเทจ

รถที่ออกจากโรงงานทุกคัน จะมีอุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งเพิ่มจากรุ่นก่อนๆมาให้มากมาย เช่น กระจกกันลม กันล้มหน้า กระเป๋าข้างขนาดความจุ 120 กิโลกรัม โช๊คหน้าสปริงเกอร์แบบใหม่ อ่างน้ำมันเครื่องซีลกันน้ำ กรองอากาศรุ่นใหม่ กล่องอลูมิเนี่ยมหน้ารถ ไฟหน้า blackout ไฟท้าย ไฟเบรค กล่องเก็บปืนกล (ปืนกล Thopsom A45 caliber) คาบูเรเตอร์ปรับปรุงใหม่ พร้อมแรงอัดกระบอกสูบต่ำ ที่ 4.3:1 สำหรับรถชุดแรก ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงแรงอัดกระบอกสูบขึ้นเป็น 5:1

ตั้งแต่ปี 1940 ถึง 1945 Harley-Davidson ผลิตรถรุ่น WLA ออกมาทั้งหมด 60,437 คัน โดยผลิตรถออกมา 2 สเปค เป็นรถสเปคกองทัพ และ สเปคพลเรือน ซึ่งทั้ง 2 สเปค วางจำหน่ายที่ราคาประมาณ 380 USD และ Harley-Davidson ยังได้ผลิต รถรุ่นพ่วงข้างรุ่น WLS อีกจำนวน 17,823 คัน

โดยสรุป Harley Davidson ได้รับออเดอร์เพื่อผลิตรถรุ่น WLA WLC จำนวนรวม 88,000 คัน และยังได้รับออเดอร์ให้ผลิตอะหลั่ยสำรอง ซึ่งเมื่อนำมาประกอบรวมกันจะสร้างรถได้อีก 33,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาตอนปลายๆสงครามในปี 1944 กองทัพสหรัฐได้ยกเลิกออเดอร์รถจำนวน 11,331 คัน

ในวันที่ 27 กรกฎาคม 1944 ไม่กี่วันหลังจาก วันดีเดย์ 6 มิถุนายน 1944 (วันที่กองทัพสัมพันธมิตรสามารถบุกขึ้นฝั่งที่ชายหาดนอร์มังดี ฝรั่งเศสสำเร็จ) รถ WLA จำนวน 450 คันที่ตอนแรกตั้งใจจะทำเพื่อขายให้กองทัพ ได้ถูกนำมาวางจำหน่ายให้แก่พลเรือนแทน

และในวันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน รถอีก 600 คันที่มากับเครื่องรุ่นใหม่ ก็ได้ถูกนำออกมาจำหน่ายแก่พลเรือนเช่นกัน

ในปี 1944 นี้ Harley Davidson ได้ผลิตรถออกมาทั้งหมด 18,688 คัน แบ่งเป็นรุ่น WLA จำนวน 11,531 คัน และ WLC จำนวน 5,356 คัน

นี่คือสุดยอดของตำนานอีกบทนึง WLA 45 รถแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ใช้ในการยึดหัวหาดนอร์มังดี

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิต

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

 

 

Harley Davidson WLD45 1941-1946

Harley-Davidson W45

ในปี 1937 เพื่อเป็นการแทนที่รถ R45 Harley-Davidson ได้ผลิตรถรุ่น W45 เครื่อง Flat head วาวล์ข้าง 750cc พร้อมระบบการจ่ายน้ำมันใหม่ ทำให้ดีไซด์ของเครื่องยนต์ออกมามีรูปทรงสวยงามคล้ายเครื่อง knucklehead

รถรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 3 ของรถเครื่องขนาด 45 คิวบิก ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาด ต่อจากรถรุ่น D 1929-1931 และรถรุ่น R 1932-1936

รถตระกูล W นี้มีออกมาหลายรุ่น W Low compression (แรงอัดกระบูกสูบต่ำ ใช้กับเบนซิลค่าออกเทนต่ำได้ดี) เบาะเดี่ยว, WS Low compression พร้อมรถพ่วงข้าง , WS เบาะเดียว High compression (แรงอัดกระบอกสูบสูง เพื่อกำลังเครื่องยนต์ที่มากกว่า) , WLD Extra high compression และ WLDR competition

ตัวถังน่ำมันของรถถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ฝั่งซ้ายสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ฝั่งขวาสำหรับบรรจุน้ำมันเครื่อง และเริ่มดีไซด์ให้แผงควบคุมมาตรวัดต่างอยู่ตรงกลางถัง เป็นสัญลักษณ์ของรถเครื่อง Big Twin ดังที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน

ในปี 1938 Harley Davidson ผลิต WLD โดยใช้เกียร์ 4 สปีด ปรับปรุง chassis ใหม่ และ ดีไซน์รูปแบบใหม่หลายอย่างเพื่อให้เข้ากับเครื่อง Big Twin ได้ดีขึ้น เช่น ถังน้ำมัน และ รูปแบบแผงควบคุมทรงหยดน้ำ

ในปี 1940 รถรุ่น WLD และ WLDRเปลี่ยนมาใช้ลูกสูบอลูมิเนียม และแม้ว่าจะมีหน่วยงานทางกฏหมายขณะนั้นเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเครื่องรุ่นใหม่นี้ แต่ทางกองทัพสหรัฐเองกลับให้ความสนใจที่จะนำรถเหล่านี้มาใช้ในสงคราม

และในปีเดียวกัน ในการแข่งขัน 200 ไมล์ คลาส C “Babe Tancredi” ขี่เจ้า WLDR45 เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ถือเป็นการพิสูจน์ถึงสมรรถนะของรถให้ประจักษ์แก่สาธารณชนเป็นครั้งแรก

ในปี 1941 Harley Davidson ผลิตรถ Flat Head 45 คิวบิก Racing เป็นรถแข่งขันแรกที่ถือกำเนิดจากรถรุ่น WLDR

อย่างไรก็ตามระหว่างสงคราวโลกครั้งที่ 2 รถที่ผลิตออกมาไม่ได้จำหน่ายให้กับประชาชน โดยทั้งหมดถูกเหมาโดยกองทัพสหรัฐนำไปใช้ในราชการสงคราม

Harley Davidson WL45 เริ่มวางจำหน่ายในท้องตลาดอีกครั้งเมื่อปี 1947 โดยมาในรูปโฉมปรับปรุงใหม่ให้มีความสวยงามทันสมัยยิ่งขึ้น และ ผลิตไปเรื่อยจนถึงปี 1951

ซึ่งองค์ประกอบทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่มากมาย และ ไลน์การผลิตที่ยาวนาน ทำให้ เจ้า.WLD 45 เป็นรถยอดนิยมและผลิตมากที่สุดตลอดกาลของ Harley Davidson รุ่นนึง

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

 

Harley Davidson VLD 74 1930-1936

Harley Davidson VLD 74 1930-1936

Art Deco แห่งท้องถนน

Harley Davidson Model VL เป็นรถที่ผลิตออกมาแทน Model J ปรากฏโฉมในปลายปี 1929 มาพร้อมกับเครื่องใหม่ที่ออกแบบมาให้สามารถเปลี่ยนกระบอกสูบได้ รวมทั้งฝากระบอกสูบแบบใหม่ ที่ออกแบบโดย Harry Ricardo

เครื่องรุ่นนี้ได้ถูกนำมาใช้แทนที่ของเครื่องรุ่นเดิมแบบ F-head โดยเครื่องมีขนาด 1,200 cc (74 cu.in) ให้กำลัง ประมาณ 26-28 แรงม้า โดยลูกสูบทำจากจากวัสดุน้ำหนักเบาแบบใหม่ ลูกสูบแมกเนเซียม

เครื่อง Flathead ออกแบบมาโดยวางตำแหน่งวาวล์ไว้ด้านข้าง (side valves) ทำให้ตำแหน่งนั่งของคนขี่อยู่ในตำแหน่งที่สบายและเข้ากับหลักสรีรศาสตร์มากยิ่งขึ้น

และที่ช่างในยุคนั้นต้องขอบคุณคือ ฝากระบอกสูบแบบใหม่ ที่ออกแบบให้สามารถถอดออกได้เวลาซ่อมวาวล์ ทำให้การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องลงไปมุดอยู่ใต้เครื่องเพื่อทำงานอีกต่อไป

เครื่องรุ่นนี้ยังผลิตมาโดยมีกลไลช่วยเบรคหลังภายใน แทนที่กลไลช่วยนอกเครื่องที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้า

ตัวแต่งก็มา

เจ้า VLD “Special Sport Solo”ปรากฏโฉมในปี 1933 เป็นรถรุ่นสปอร์ตตัวแต่งโรงงาน VLD สปอร์ตนี้มาพร้อม แป้นหรีดคาร์บูเรเตอร์ทรงตัว Y แบบใหม่ และ ใช้ลูกสูบแมกเนเซียมน้ำหนักเบาเช่นกัน

กระบอกสูบใหม่และวาวล์ด้านข้างที่ถอดออกได้ ทำให้สามารถปรับแต่งเครื่องยนต์จนได้กำลังขึ้นไปถึง 36 แรงม้า ซึ่งมากกว่ารุ่นธรรมดาถึง 20%

และเหมือนๆกันกับรถร่วมสมัยในยุคนั้น ถังน้ำมันของเจ้า VLD ได้รับอิทธิพลศิลปะ Art Deco มาเต็มๆ ดูได้จากเส้นสายของถังน้ำมันและบังโคลนของรถ

แม้ว่า Harley Davidson จะผลิตเจ้า VLD เพียง 780 คันในปี 1933 แต่บริษัทก็ได้ผลิตรถรุ่นนี้เพิ่มออกมาอีก 4,527 คันในปี 1934

และในต้นปี 1937 Harley Davidson ได้ปรับเปลี่ยนไลน์ผลิต จาก รถ Serie V (VLD คันนี้ ก็เป็นหนึ่งในรถ serie V ) มาเป็นรถ Serie U ที่ใช้ เฟรมท่อคู่สำหรับเครื่อง Knuckle Head แทน

ในปี 1939 รถ ตระกูล U หลายๆ Model ตัวอย่างเช่น รถ E Knuckle Head ได้รับการติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 4 สปีด โดยมีการวางตำแหน่งเกียร์ว่างอยู่ระหว่างเกียร์ 2 และ เกียร์ 3 ซึ่งก็เป็นเพียงปีเดียวที่มีการผลิตรถโดยใช้ตำแหน่งเกียร์ว่างตำแหน่งนี้

Harley-Davidson VLD 1936 สุดยอดรถอีกรุ่น ที่ส่งกำลังจากเครื่อง Flat Head ผ่านลายเส้นสไตล์ Art Deco

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley