Harley-Davidson FLSTF Softail Fatboy 1990

 

เด็กอ้วนในตำนาน

ภูมิใจนำเสนอโดย Harley-Davidson รถดีไซด์แปลกใหม่ พัฒนาจากรถตระกูล Softail รูปร่างโออ่าตันไปทั้งคัน มาพร้อมล้ออลูมิเนียมขนาด 16 นิ้ว และ ระบบเบรคแบบดิส หน้า/หลัง ไม่มีใครคาดคิดว่า รูปลักษณ์สวยงามแบบตันๆของเจ้าเด็กอ้วน Fat boy จะประสบความสำเร็จได้สูงขนาดนี้ กลายเป็นรถที่อยู่ยงคงกระพันในสายการผลิตต่อเนื่องยาวนาน ไร้การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหลักใดๆ หากจะมีก็เพียงเปลี่ยนอุปกรณ์เล็กน้อยเท่านั้น

Harley-Davidson Fat Boy ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

มันสร้างแนวทางเฉพาะของตนเองขึ้นใหม่ ด้วยความสวยงามลงตัวของดีไซด์รถที่พัฒนาจาก Softail Heritage แต่ดูแหวกแนวมีความทันสมัยมากขึ้น รถก่อผลกระทบในวงกว้าง และสร้างชื่อเสียงให้แก่ บริษัท Harley-Davidson อย่างมาก

ในปี 1990 Harley-Davidson ได้กล่าวถึงรถรุ่นนี้ว่า “จากบังโคลนหน้าที่สวยงาม จบงานด้วยสีเงินโครม ตัวรถสีเงินล้วน แต่งด้วยอุปกรณ์สีเหลืองอย่างตั้งใจ แฮนด์รถที่กว้างและสูงยาวกว่าปกติ ท่อสั้น Shortgun แบบใหม่ เบาะที่ตัดเย็บและออกแบบอย่างปราณีต ที่นั่งคนซ้อนวางอยู่บนบังโคลนเหนือยางหลัง รวมถึงการตกแต่งถังน้ำมันด้วยเครื่องหนัง ใครจะสามารถปฏิเสธได้ว่า นี่ไม่ใช่ รถที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงและสวยงามลงตัวเป็นอย่างยิ่ง”

หลังจากปี 1991 เหมือนกับรถรุ่นอื่นๆ เฟรมสีดำได้ถูกนำมาใช้กับ Fat Boy เช่นกัน รวมถึงเครื่องยนต์สีดำเงิน ซึ่งเปลี่ยนสีเครื่องดั้งเดิมของมันจากสีเงินอลูล้วนมาเป็นสีดำเงินมาตรฐาน

และผลจากการพัฒนาเช่นเดียวกับรถ Softail รุ่นอื่นๆ รถมีสีที่หลากหลายขึ้น เครื่องยนต์ Twin CamB ได้ถูกนำมาแทนที่เครื่องยนต์รุ่นเดิม โดยที่ยังคงภาพลักษณ์ของความเป็น Fat Boy ได้เป็นอย่างดีเสมอมา

ในปี 2010 Harley-Davidson ได้ผลิตรถสายพันธุ์ย่อยของรุ่นออกมาเรียกว่า Fat Boy Lo (FLSTB) เรียกกันอีกชื่อในยุโรปว่า Fat Boy Special ซึ่งเป็นรถที่ยิ่งขับเน้นเสน่ห์ของดีไซด์แบบตันๆ ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยเบาะที่นั่งต่ำพิเศษ และ สีดำล้วนของมัน รถมากับระบบเบรคแบบดิส

ในปีต่อๆมา รถเริ่มมีหลากสีสันมากขึ้น โดยจะมีชุดสีอื่นๆนอกจากสีดำให้เลือก อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนอื่นๆยังคงสีดำล้วนเช่นเดิม

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley Davidson VRSCA V-ROD 2013

ฮาร์เลย์-เดวิดสัน มองหาประสิทธิภาพมากขึ้นจากบรรดารถรุ่นต่าง ๆที่ผลิตออกมาสู่ตลาด และในปี ค.ศ. 2001 ฮาร์เลย์ ได้เปิดตัวรถใหม่ที่เครื่องแรงจัดคือรุ่น V-ROD หัวใจหลักสำคัญของรถรุ่นนี้คือ เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีนวัตกรรมไฮเทค เป็นชุดเครื่องใหม่ทั้งหมด V-twin 60 องศา ใช้วาล์ว 4 วาล์ว ต่อหนึ่งลูกสูบ วางระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็น
นอกจากการปรับเครื่องยนต์ใหม่แล้ว ตัวแชสซีเองก็ยังมีการปรับให้ยาวและลาดต่ำลง ตัวรถ V-ROD ได้แรงบันดาลจากรถแข่ง Dragster ด้วยรูปทรงเพรียวลม มีความลงตัวที่ผสานกันระหว่างความงามและความแรง และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของรถรุ่นนี้คือ โทนสีแบบ Metallic Silver โดยเฉพาะที่ตัวถังซึ่งใช้เทคนิคการพ่นสีแบบ Anodized Aluminum
VRSCA V-Rod เป็นอีกหนึ่งของความความท้าทายที่ ฮาร์เลย์ ได้สร้างสรรค์ขึ้นบนความแตกต่างจากมอเตอร์ไซค์รุ่นก่อนๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของฮาร์เลย์ไว้อย่างสมบูรณ์

Manufacturer Harley-Davidson
Also called V-Rod, Night-Rod, Street-Rod, V-Rod Muscle
Production 2001–2017[1]
Class Cruiser
Engine 1,131 cc (69.0 cu in) 2001-2007
1,247 cc (76.1 cu in) 2008-present water-cooled 60° V-twin
Bore / stroke 4.13 in × 2.835 in (104.9 mm × 72.0 mm)
Compression ratio 11.5:1
Top speed 137.6–144 mph (221.4–231.7 km/h)[2][3]
Power 115–125 hp (86–93 kW)(2001-2012) (claimed)@ 8,250 rpm[4]
103.2 hp (77.0 kW) (rear wheel)[2]
Torque 84.0 lbf⋅ft (113.9 N⋅m) (claimed)@ 7,000 rpm
72 lb⋅ft (98 N⋅m) (rear wheel)[2]
Transmission 5-speed, belt drive
Tires Front: 120/70ZR-19 60W
Rear: 240/40R-18 79V
Raketrail 34.0°, 5.6 in (140 mm)
Wheelbase 67 in (1,700 mm)
Dimensions L: 94.4 in (2,400 mm)
Weight 619–677 lb (281–307 kg) (2001-2010)[2] (wet)
Fuel capacity 3.2 US gal (12 l; 2.7 imp gal)
Fuel consumption Highway: 42 mpg‑US (5.6 L/100 km; 50 mpg‑imp)
City: 34 mpg‑US (6.9 L/100 km; 41 mpg‑imp)

Credit เนื้อเรื่อง: Ultimate Harley-Davidson New Edition by Hugo Wilson

OCredit ภาพ:www.totalmotorcycle.com

Darkrider.net

แปล______________

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net

มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson FXSTS Softail Springer 1988

ในปี 1988 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 85 ปีของบริษัท Harley-Davidson ได้เฉลิมฉลองโอกาสนี้ด้วยการออกรถรุ่นพิเศษ Springer Softail รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่หมด

รถ Springer Softail ฉลองครบรอบ 85 ปี นี้ ได้นำเอาระบบกันสะเทือนหน้า แบบ Spring กลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่ได้หยุดใช้ไปตั้งแต่ปี 1952

โช๊ครุ่นใหม่นี้ให้กลิ่นอายอันมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูล Softail มีรูปทรงสวยงาม มีการใช้วัสดุใหม่ๆในการผลิต เช่น แหวนเทฟรอน และ การใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบ ทำให้ได้องศาของตะเกียบหน้าที่ดีขึ้น โช๊คอัพทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับปรุงตะเกียบหน้าใหม่นี้ ยังรวมถึงการทำตะเกียบให้รองรับระบบเบรคแบบใหม่ ดิสเบรค แทนที่ดรัมเบรคแบบเดิม

Harley-Davidson ได้ผลิตรถรุ่นฉลอง 85 ปีนี้จำนวน 1,356 คัน และด้วยความสำเร็จอย่างมากมายของรถ ทำให้บริษัทผลิตรถ FXSTS รุ่นปี 1989 ออกมาอีกถึง 5,387 คัน

รถ FXSTS อยู่ในแค็ตตาล็อกของบริษัทอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงรุ่น FXSTB Bad Boy ในปี 1995 และเช่นเดียวกับรถอื่นในตระกูล Softail เจ้า FXSTS Springer ได้รับการวางเครื่องรุ่นใหม่ ที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนที่มันจะหายไปสายการผลิตในปี 2007

ในปี 2008 รถรุ่น FLSTB Crossbone ก็ปรากฏโฉมขึ้นในรูปลักษณ์คลาสสิคดั้งเดิม และ อยู่ในสายการผลิตจนถึงปี 2011

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley Davidson XLH 1200 Sportster Standard 2003

Harley Davidson XLH 1200 Sportster Standard 2003

Harley Davidson XLH 1200 Sportster Standard 2003Harley Davidson XLH 1200 Sportster Standard 2003

กำเนิด Sportster 1200 cc

ช่วงเดียวกันกับการเผยโฉม 883 Sportster ในปี 1986 Harley Davidson ก็ได้เปิดตัว รถเครื่องยนต์ 1,100 cc XLH 1100 Sportster ออกมาด้วย โดยรถ 1,100 cc ราคาจะสูงกว่ารถ 883 standard อยู่ประมาณ 1,200 usd โดยรถรุ่นใหญ่กว่านี้มีเบาะนั่งสำหรับซ้อนท้ายมาด้วย มีการวางตำแหน่งแฮนด์ยกสูงกว่ารุ่น 883 standard ทำให้รถดูสวยงามสะดุดตาแตกต่างจากรุ่นปกติตั้งแต่แรกเห็น

นอกจากนั้น รถยังมีแผงควบคุมและมาตรวัดที่ครบครันกว่า และ มีสีหลากหลายให้เลือกได้ รวมถึงเครื่องยนต์พ่นสีดำดุดัน ก็มีให้เลือก

ความจริง เจ้า XLH 1100 ใช้ แชชซี และ เครื่องยนต์ แบบเดียวกับ รถ 883 standard แต่เนื่องจากการใช้ขนาดของหัวสูบกับช่วงชักที่แตกต่าง (Bore x Stroke) กล่าวคือมีสัดส่วน อยู่ที่ 85.1/96.8 จึงทำให้เครื่องมีกำลังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 68 แรงม้า

Harley Davidson ได้ผลิตรถ 1100 Sportster ออกมา 3,077 คัน เพิ่มเติมจากรถโฉมย่อยพิเศษ รุ่นที่ระลึกฉลองเสรีภาพครบ 100 ปี อีกจำนวน 954 คัน

อย่างไรก้อตาม แม้จะมีความแตกต่างหลายจุดระหว่าง รถรุ่น 883 standdard กับรุ่น XLH 1100 แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะจูงใจให้ลูกค้ายอมจ่ายมากขึ้นเท่าไหร่นัก

ดังนั้นในปี 1988 ทางบริษัทจึงได้ออกรถ XLH 1200 ออกมา โดยเจ้า XLH 1200 มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น เป็น 1200cc ถือเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในไลน์นี้ที่บริษัทเคยผลิตออกมา

รถมีกำลังเครื่องเพิ่มขึ้น 12% ทอร์คมากขึ้น 10% เมื่อเทียบกับเจ้า XLH 1100 ที่ผลิตในปี 1987 โดยเจ้า XLH 1200 Sportster มากับระบบเกียร์ 5 สปีด และ ใช้สายพานในการส่งกำลังล้อหลังแทนโซ่

ในปี 1996 Harley Davidson ได้ผลิตรถ Sportster XL 1200 C คัสตอม และ XL 1200 S สปอร์ต ออกมาวางจำหน่ายคู่กับ XLH 1200 อีกสองรุ่น

ในปี 2004 บริษัทได้ทำการปรับปรุงรถอีกครั้ง โดยในคราวนี้รถใช้เครื่องที่โมดิฟายมาให้แรงขึ้นไปอีก และติดตั้งเข้ากับเฟรมใหม่ซึ่งใช้เม้าท์ยางที่ให้ตัวได้ แทนที่ของเม้าท์แข็งที่ใช้กันมาโดยตลอดในรถตระกูล Sportster และ ยังได้ผลิตรถรุ่นย่อยเพิ่มออกมาอีกสองรุ่น XL1200R Sport Roadsters และ XL1200C Sportster 1200 Custom ซึ่งร่วมใช้เทคโนโลยี่ใหม่นี่ด้วยเช่นกัน

Harley Davidson Sportster 1200 cc รถที่เป็นที่นิยมอย่างสูงตลอดมา เพราะ ราคาที่เอื้อมถึง หล่อ เร็ว แรง เบา ขี่สนุก ถือเป็นรถเริ่มต้นมาตรฐานของ Harley-Davidson ตลอดมารุ่นนึง

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson FLSTS Softail Heritage Springer (1997-2003)

Harley-Davidson FLSTS Softail Heritage Springer (1997-2003)

บังโคลนหลังครอบล้อขนาดใหญ่ เบาะและกระเป๋าที่เต็มไปด้วยพู่ระย้า กันสะเทือนหน้าแบบ สปริงเกอร์ ยางขอบขาวหน้ากว้าง ตำแหน่งการวางไฟหน้า องค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เดียว คือ สร้างรถสมัยใหม่ ที่จงใจให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายและสุนทรีภาพของความเป็นรถคลาสสิค

Harley-Davidson รู้ดีว่าประวัติศาสตร์อันยาวนาน คือ สมบัติที่ล้ำค่าของบริษัท อธิบายได้ว่า ทำไมลูกค้าถึงนิยมรถที่ผลิตในยุค 1947 ซึ่งเป็นปีที่รถถูกวางจำหน่ายเป็นปีแรก มากกว่ารถที่ผลิตในปี 1997

และแม้ว่า Harley-Davidson Heritage Springer จะกำเนิดขึ้นโดยพัฒนามาจากรถ Softail Springer แต่ก็มีหลายส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของมันเอง เช่น ตะเกียบหน้าก็ได้มีการลดความชันลงจาก 32 องศา เหลือ 31 องศา เพื่อให้รองรับล้อหน้าขนาด 16 นิ้วได้ และ ทำให้บังคับรถ เข้าโค้ง ตีวง กลับรถ ได้ง่ายขึ้น ไฟท้ายแบบ Tombstones ถังยกสูง ปลายท่อคู่แบบหางปลา ทำให้รถมีความสวยงามลงตัว และเป็นรถที่คงรูปทรงเดิม เครื่องเดิม มาโดยตลอด

จนกระทั่งในปี 2004 (ซึ่งขณะนั้น บริษัทได้หยุดผลิตรถรุ่นนี้ไปแล้วระยะนึง) เจ้า Heritage Springer ก็ได้รับอานิสงส์จากการพัฒนารถในตระกูล Softail โดยบริษัทได้นำเอาเครื่อง Twincam 88B เข้ามาเป็นเครื่องหลักของรถแทนเครื่องรุ่นเดิมและ ผลิตมันออกมาวางจำหน่ายอีกครั้ง

และถึงแม้จะมีการเปลี่ยนดีไซด์ภายนอกของรถ Harley-Davidson Heritage Springer Classic รุ่นปี 2005-2007 บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อย เช่น ไม่มียางขอบขาว ไร้พู่ห้อยระย้า และ ใช้โช๊คหน้าสปริงเกอร์สีดำ แต่รถก็ยังดูคลาสสิค สะท้อนจิตวิญญาณและสุนทรียภาพของความเป็น Heritage Springer ในยุคแรกได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับวันยิ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมมากขึ้น และ เป็นที่รักของแฟนพันธ์ุแท้ Harley เสมอมาจวบจนปัจจุบัน

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley