6 เส้นทางออก โร้ด ทริป ต่างแดน

เวียดนาม

หลายคนน่าจะคุ้นชินกับภาพจราจรอันหนาแน่นในประเทศเวียดนาม แต่จริง ๆ แล้วภาพเหล่านั้นคือสิ่งที่อยู่ในเมือง  หากขับออกมาในโซนต่างจังหวัดแล้ว ประเทศเวียดนามยังมีถนนหนทางที่เหมาะแก่การขับขี่มอเตอร์ไซค์อีกมาก ซึ่งระหว่างทางจะมีนาข้าว หมู่บ้าน ชุมชน รวมถึงสัตว์ต่าง ๆ ของชาวไร่ เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ต่างออกไปจากเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง

นอกเมืองหลวงจะมีเส้นทางคดเคี้ยวให้คุณได้ขับอย่างสนุก ผ่านสวนยางพารา ไร่กาแฟชะมด และมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคนท้องถิ่น  อากาศที่เวียดนามค่อนข้างแปรปรวน มีมรสุมอยู่บ่อยครั้ง แนะนำให้ไปช่วงฤดูใบไม้พลิ (มีนาคม และ เมษายน) กับช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน ถึง ธันวาคม)

 

อิตาลี

จากเทือกเขาแอลป์ไปฝั่งทะเลอามาลฟีและฝั่งทะเลการ์กาโน ประเทศอิตาลีมีเส้นทางการออก โร้ด ทริป ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังมีเส้นทาง Transalpine ที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง เกรโนเบิล ของประเทศฝรั่งเศส และเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เข้าด้วยกัน นับเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ผู้คนเดินทางมาออก โร้ด ทริป มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

ถ้าคุณชอบถนนริมชายฝั่ง วิวธรรมชาตินอกตัวเมือง รวมถึงเส้นทางในหุบเขา Apennine อิตาลีถือเป็น Destination ของคุณ หรือหากอยากเที่ยวในเมืองด้วย บางทัวร์ก็มีพาลูกค้าไปชมแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ผสมกับการขับมอเตอร์ไซค์เช่นกัน  ถ้าจะออกทริปแบบเที่ยวในเมืองด้วยแล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะและอากาศร้อน  แนะนำให้ไปช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน ถึง มิถุนายน) และช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน และ ตุลาคม)

 

โรมาเนีย

แม้ประเทศโรมาเนียจะไม่ได้มีถนน Highway ที่ทอดยาวไปไม่รู้จบเหมือนประเทศอื่น ดินแดนแถบยุโรปตะวันออกนี้ ยังมีถนนที่สำคัญสองสาย นั่นก็คือ Transalpina และ Transfagarasan ที่คดเคี้ยวไปมาอยู่ในหุบเขา  แต่หากคุณไม่ได้ชื่นชอบการลัดเลาะไปตามหุบเขา ลองวิ่งถนนที่ตัดผ่านเขต Transylvania ดู คุณจะพบกับทัศนียภาพที่สวยงามเช่นกัน

อีกเส้นทางหนึ่งที่คุณสามารถไปได้ก็คือถนนในหุบเขา Carpathian ซึ่งตามเส้นทางคุณจะผ่านเมืองหลวงของโรมาเนียอย่างบูคาเรสต์ ทะเลสาบ Vidraru น้ำตก Bigar เมืองบราซอฟ เมืองซิกิโซอารา เมืองซีบิว อุทยานแห่งชาติต่าง ๆ พร้อมสัมผัสการวิ่งในหุบเขาที่มีความสูงเฉียดก้อนเมฆ

 

USA

ประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในจุดหมาย ที่เหมาะแก่การออก โร้ด ทริป มากที่สุดในโลก  เส้นทาง Highway ที่ขึ้นชื่อก็คือ Route 66 ซึ่งเริ่มจากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ผ่านรัฐมิสซูรี แคนซัส โอคลาโอมา เท็กซัส นิวเม็กซิโก อริโซนา ไปจนถึงเมืองแซนตามอนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมระยะทาง 3, 940 กิโลเมตร เรียกว่าขับกันให้หายอยากกันเลยทีเดียว

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่  หากไปทางตอนใต้แนะนำให้หลีกเลี่ยงฤดูเฮอริเคน (สิงหาคม ถึง ตุลาคม) ส่วนรัฐแคลิฟอร์เนียอากาศปกติอยู่ตลอดเวลา สามารถไปช่วงไหนก็ได้ แต่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เส้นทางในหุบเขาจะมีหิมะปกคลุม

 

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียมีดินแดนกว้างใหญ่ และมีถนนขึ้นชื่ออย่าง The Great Ocean ที่ออกสตาร์ทจากเมืองเมลเบิร์น วิ่งเรียบไปตามขอบชายฝั่งตอนใต้ของออสเตรเลีย ผ่านป่าเขตร้อน ชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่าง Shipwreck Coast ก่อนไปจบที่เมืองปีเตอร์โบโรห์ รวมระยะทาง 290 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง ก้อนหินยักษ์ “อูลูรู” ที่ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปที่สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย  ดังนั้นควรเตรียมมอเตอร์ไซค์ให้พร้อมสำหรับเส้นทาง Off Road หากมีแพลนจะไปชมสิ่งมหัศจรรย์นี้ และควรไปช่วงเดือนเมษายน ถึง เดือนมิถุนายน รวมถึงเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน

 

อาร์เจนตินา

ปิดท้ายกันด้วยประเทศอาร์เจนตินา ที่ขึ้นชื่อในเรื่องธารน้ำแข็งอันสวยงาม ไวน์ชั้นดี และการทำบาร์บีคิว แต่ไม่กี่คนที่จะรู้ว่า อาร์เจนตินามีเส้นทาง โร้ด ทริป ระดับโลกซ่อนอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือเส้นทาง Ruta 40 ที่วิ่งเป็นเส้นทางยาวจากใต้ขึ้นเหนือ ผ่านจังหวัดมากกว่า 10 จังหวัด รวมถึงเมือง Mina Pirquitas ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากที่สุดในประเทศ และยังมีเส้นทางเข้าสู่ถนนในเทือกเขาแอนดีสได้อีกด้วย  เส้นทาง Ruta 40 ยังมีหุบเขา Atuel และอุทยานแห่งชาติ Talampaya อยู่ในรัศมี ให้คุณแวะพักผ่อน เก็บแรง ก่อนออกลุยอีกครั้ง ไปตามถนนที่ทอดยาวไม่รู้จบ

แหล่งที่มา https://www.bookmotorcycletours.com/news/best-countries-road-trips

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson X ศิลปะพื้นเมืองคิวบา

ในบทความที่ผ่านมา เราเคยนำ ฮาเลย์ เดวิดสัน คัสตอม มากมายมาให้ทุกคนได้ชม ซึ่งนักแต่งรถแต่ละคนล้วนเป็นช่างที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ วันนี้เรามีอีกหนึ่งโมเดลที่จะทำให้ทุกคนประหลาดใจ เพราะผลงานชิ้นนี้ไม่ได้เกิดจากช่างนักแต่งรถทั่วไป แต่เกิดจากศิลปินเชื้อสายคิวบา ที่ได้วาดลวดลายลงบนตัวรถอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

Alexander Mijares ศิลปินเชื้อสายคิวบาผู้เกิดในเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา

Alexander Mijares คือเจ้าของผลงานคันนี้ เขาคือศิลปินและจิตกรฝาผนังที่แต่งฮาเลย์ได้อย่างแหวกแนว จากโทนเข้มขรึมดุดัน ให้เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ซึ่งสอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์ ไม่ใช่ที่ภาพลักษณ์ภายนอกของตัวรถ แต่ในเรื่อง “อิสรภาพ” ที่แต่ละคนสามารถเลือกทำสิ่งต่าง ๆ ได้ในแบบของตัวเอง

Alexander ยังได้สร้างสรรค์ผลงานคันนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ช่างสักอเมริกันในตำนานผู้ล่วงลับไปแล้ว “Norman Collins” หรือที่รู้จักในนาม “Sailor Jerry”  เขาได้วาดศิลปะพื้นเมืองคิวบาลงบนตัวรถ ซึ่งทำให้ ฮาเลย์ เดวิดสัน คันนี้สวยงามในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

แรกเริ่ม โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างแบรนด์เหล้ารัม Sailor Jerry Spiced Rum กับ Harley-Davidson โดยทั้งสองบริษัทจะเลือกศิลปินและนักออกแบบชั้นนำในสหรัฐอเมริกา มาสร้างสรรค์ ฮาเลย์ จำนวน 22 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยโมเดล Sportster Forty-Eight, Iron 883 และ Sportster Roadster

Alexander Mijares คือหนึ่งในศิลปินเหล่านั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็สะท้อนถึงสไตล์งานของเขาได้เป็นอย่างดี นั่นคือการใช้สีสันมากมาย สลับซ้อนกันไปมา ทำให้ผลงานออกมาดูมีพลัง และชีวิตชีวา  สีต่าง ๆ ที่ Alexander ระบายและวาดลงไปบนฮาเลย์คันนี้ ทำให้ไม่ว่าจะมองตัวรถจากมุมไหน ก็จะพบกับรายละเอียดใหม่ ๆ อยู่เสมอ  หากมองจากไกล ๆ ก็จะเห็นความสวยงามโดยรวมจากสีของเขา หากมองใกล้ ๆ ก็จะเห็นลวดลายและรูปทรงต่าง ๆ มากมายที่ซ่อนอยู่  ผลงานชิ้นนี้ คือการผสมผสานระหว่าง Fine Art และ Street Art

Alexander Mijares คือศิลปินที่ได้รับเลือกจาก Harley-Davidson และ Sailor Jerry Spiced Rum

ศิลปินที่ได้รับเลือกรายอื่นประกอบไปด้วย ช่างสักชื่อดังอย่าง Jonathan Valena หรือที่รู้กันในนาม JonBoy, Oliver Peck และ Megan Woznicki ที่รู้จักในชื่อ Megan Massacre และยังมีนักออกแบบยานยนต์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Michael Ramirez หรือ BuckWild รวมถึงศิลปินอย่าง L’amour Supreme ที่ผลงานมีเอกลักษณ์แบบเฉพาะไม่แพ้กัน  ในการสร้างสรรค์ ฮาเลย์ เดวิดสัน คัสตอม ครั้งนี้ โจทย์ของแต่ละคนก็คือ การนำเสน่ห์ลวดลายสักต่าง ๆ ในสไตล์ Sailor Jerry (ช่างสักในตำนานที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น) มาอยู่บนบอดี้ตัวรถ  ต่อจากนี้เรามาชื่นชมผลงานของ Alexander Mijares แบบ Close Up กัน

Alexander ใช้สีสดหลากหลายเฉดเพื่อใส่ความมีชีวิตชีวาให้กับตัวรถ

อุปกรณ์ศิลปะของเขา

สีที่สดมาก ๆ ทำให้เกิด Movement เวลามอง

เขาเริ่มโดยการวาดลวดลายลงบนตัวรถก่อนลงสี

Alexander ผู้มีความสุขกับการสร้างสรรค์ฮาเลย์คันนี้

กลิ่นอายศิลปะพื้นเมืองคิวบา แทรกซึมอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของตัวมอเตอร์ไซค์

ขวดสีที่ Alexander ใช้

การผสมผสานระหว่าง Fine Art และ Street Art เข้าด้วยกัน

ลายด้านข้างถังน้ำมันที่แปลกตา

 

แหล่งข้อมูล https://www.designboom.com/technology/alexander-mijares-harley-davidson-05-22-2017/

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

ทางการแพทย์พิสูจน์แล้ว การขับมอเตอร์ไซค์ช่วยลดความเครียด

ผู้ขับมอเตอร์ไซค์ที่ได้ออกทริปทางไกลบ่อย ๆ น่าจะเข้าใจกันดี กับความรู้สึกสงบสุข ในการขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปบนถนนเปิดโล่ง มีสายลมเย็น ๆ พัดผ่าน มีเสียงเครื่องยนต์ไพเราะเสนาะหู สลับกับทัศนียภาพอันสวยงามรอบตัวให้ชื่นชม  ที่กล่าวมาอาจจะฟังดูเหมือนฝันไปสักหน่อย แต่ผู้ขับออกต่างจังหวัดหลายคนจะเข้าใจความรู้สึกที่ว่านี้เป็นอย่างดี  ความจริงก็คือการขับมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ดีต่อความรู้สึกเราเพียงเท่านั้น มันยังดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Harley-Davidson ได้สนับสนุนเงินก้อนหนึ่งให้กับสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในการศึกษาประโยชน์จากการขับมอเตอร์ไซค์ เพราะบริษัทได้วางภาพลักษณ์แบรนด์ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับง่ายและเป็นมิตร  สถาบันแห่งนี้มีชื่อว่า UCLA’s Semel Institute for Neuroscience and Human Behavior ซึ่งเริ่มการศึกษาในหัวข้อดังกล่าวโดยการนำผู้ขับมอเตอร์ไซค์มากประสบการณ์ 50 รายมาทดสอบ เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่มีต่อสมองพวกเขา จากการขับมอเตอร์ไซค์

ผู้ขับ 50 รายนี้ต้องใส่อุปกรณ์ mobile electroencephalogram ที่มีลักษณะคล้ายกับหมวกคลุมผม ซึ่งสามารถตรวจจับการทำงานของสมองคนขับได้  ผู้ขับจะถูกปล่อยให้ขับอย่างอิสระ โดยจะมีการตรวจการทำงานของสมองและฮอร์โมน ทั้งก่อนขับ ขณะขับ และตอนหยุดพัก เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้มา

หลักจากการทดสอบ นักวิจัยพบว่าการขับมอเตอร์ไซค์ช่วยให้ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับระดับความเครียด ลดลงถึง 28% อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น 11% (จากการขับ 20 นาที) และสารอะดรีนาลีนเพิ่มขึ้น 27% อีกทั้งผู้ขับยังมีสมาธิและความตื่นตัวเพิ่มขึ้น

Dr. Don Vaughn แพทย์ด้านสมองผู้นำทีมวิจัย กล่าวว่า “ระดับความเครียดของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทุกคนต่างพยายามพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพใจของตัวเองผ่านวิธีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก่อนหน้านี้เรายังไม่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยพอที่จะวัดผลลัพธ์จากกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการขับมอเตอร์ไซค์ ที่มีผลต่อสมองได้  สมองคนเราเป็นสิ่งซับซ้อน และถือเป็นเรื่องน่าสนใจในการศึกษาผลลัพธ์ที่ผู้ขับได้รายงานมา ทั้งต่อร่างกายและต่อจิตใจของพวกเขา”

คราวหน้าถ้าเกิดคุณรู้สึกซังกะตายอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือพบกับเรื่องเครียด ๆ จากที่ทำงานมาทั้งวัน วิธีที่จะทำให้คุณกลับมารู้สึกกระชุ่มกระชวยหรือช่วยปลดปล่อยความตรึงเครียดออกไปได้ ก็คือวิธีง่าย ๆ อย่างการออกไปขับมอเตอร์ไซค์นั่นเอง  ข้อมูลทางการแพทย์นี้อาจเป็นอีกผลหนึ่งที่คุณใช้ได้หากต้องหาข้ออ้างในการออกไปโลดแล่นบนท้องถนน เพียงบอกว่า  “มันคือคำสั่งจากหมอครับ”

แหล่งที่มา https://www.rideapart.com/articles/301693/science-proves-riding-a-motorcycle-is-good-for-you-seriously/

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Super Hero Marvel

สองค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Harley-Davidson และ Marvel ได้ร่วมกันออกแบบมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของ ซูเปอร์ฮีโร่ ในค่ายมาร์เวลออกมาได้อย่างน่าประทับใจ มาดูกันว่าโมเดลต่าง ๆ ของฮาเลย์ได้ถูกจับคู่กับฮีโร่รายไหนบ้าง

กัปตันอเมริกา

ฮีโร่คนนี้เป็นตัวแทนแห่งความอิสรภาพ ไม่ต่างจาก DNA ของ Harley-Davidson โมเดลที่เลือกใช้คือ Touring Street Glide Special แสดงออกถึงพละกำลัง ความถึก และความไว ที่คุณสามารถขับไปได้ไกลทั่วทุกมุมโลก

สไปเดอร์แมน

สไปเดอร์แมนสื่อถึงการเคลื่อนตัวอย่างว่องไวในเมือง โมเดลที่ถูกเลือกใช้จึงเป็น Sportster Iron 883 ที่เหมาะกับการขับในเมืองโดยเฉพาะ  Iron 883 ยังมีสี Black Denim ที่เหมือนกับตัวร้าย Venom ในเรื่องสไปเดอร์แมนอีกด้วย

ธอร์

เทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ มีความแข็งแกร่งและความอึดทนเป็นคุณสมบัติเด่น เหมือนกับ Softail Breakout โมเดลคลาสสิกของฮาเลย์ที่อยู่ยงคงกระพันมาหลายปี  Softail Breakout มีพละกำลังเครื่องยนต์ล้นเหลือ ดั่งค้อนโยเนียร์ของธอร์ ที่รอให้คุณออกอาวุธ (เปิดคันเร่ง) เมื่อยามต้องการ

เดอะ ฮัลค์

พละกำลังมหาศาลและความบ้าคลั่ง คือสิ่งที่อยู่ในนักวิทยาศาสตร์ บรูซ แบนเนอร์ที่ได้กลายร่างเป็น เดอะ ฮัลค์ เวลาโกรธ  โมเดลที่เลือกใช้คือ Fat Boy Lo ที่ล่ำสัน บึกบึน มากด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ดั่งยักษ์เขียวคนนี้

ไอรอนแมน

V-Rod Muscle คันนี้ถูกแต่งให้มีเฟรมรถเหมือนกับเกราะของไอรอนแมน ลงสีเข้มในโทนดำแดง และมีอะไหล่ส่วนต่าง ๆ คล้ายกับงานประดิษฐ์สุดล้ำของ โทนี่ สตาร์ค  V-Rod ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และมีพละกำลังเครื่องยนต์อย่างไม่จำกัด ดั่งไอรอนแมนที่เหินฟ้าทะยานอากาศไปได้ทุกมุมโลก

เดอะ พันนิชเชอร์

เดอะ พันนิชเชอร์ คือสามัญชนธรรมดา ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร แต่ได้ฝึกฝนทักษะความสารถในค่ายทหารจนเก่งกล้า  ฮีโร่รายนี้จึงคล้ายกับ Sportster Forty-Eight ที่ไม่ต้องการดีเทลอะไรเยอะแยะ ขอมีเพียงเครื่องยนต์คุณภาพอย่าง Evolution 1200cc เอาไว้ขับทำภารกิจต่าง ๆ ในเมือง ก็ถือว่าเพียงพอ

วอสป์

วอสป์ มีความสามารถในการย่อส่วนตัวเองให้เล็กลงคล้ายกับ Ant Man เพื่อใช้หลบหลีกอุปสรรค และลัดเลาะไปในที่แคบที่รถใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้  ฮีโร่รายนี้จึงถูกจับคู่กับ Sportster Roadster ที่มีขนาดกะทัดรัด คล่องแคล่วว่องไว และขับสะดวกในตัวเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น

อัลตรอน

อัลตรอนคือฮีโร่ตัวร้ายที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถพัฒนาตัวเองให้แกร่งกว่าเดิมได้อยู่เรื่อย ๆ เหมือนกับ Night Rod Special ซึ่งเป็นโมเดลที่มีเทคโนโลยีสูง ผู้ออกแบบมีการใช้ Hydrographic ทำลายบนตัวรถ และเพิ่มลายเส้นสีแดงตามขอบล้อ ให้เหมือนกับร่างกายของเจ้าอัลตรอน

เกวน สเตซี่

เกวน สเตซี่ หรือที่รู้จักกันในนาม สไปเดอร์วูแมน มีความคล่องตัวสูงในเมืองเหมือนกับ สไปเดอร์แมน โมเดลที่ถูกเลือกมาจึงเป็น Street 500 ที่เหมาะสำหรับการขับในเมือง  ตัวรถมีการทำสีแบบ แกรฟฟิตี้ และแต่งท่อไอเสียใหม่ให้มีเอกลักษณ์มากกว่าเดิม

โกสต์ ไรเดอร์

โกสต์ ไรเดอร์ คงดีใจที่มีคนออกแบบมอเตอร์ไซค์ให้อีกคัน โดยจะเป็นสายทัวร์   ริ่งอย่าง Road Glide Special ที่บอดี้มีการทำเป็นลายไฟให้เขารู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับมอเตอร์ไซค์คันเดิม แถมมีกระเป๋าข้างเอาไว้เก็บวิญญาณได้อย่างเหลือเฟือ

กรูท

กรูท คู่หูของเจ้า แรคคูน ร็อคเก็ต ในเรื่อง Guardians of the Galaxy ผู้มีความสุขุม เยือกเย็น แต่ทรงพลัง ถูกจับคู่กับตัวท๊อปของสายทัวร์ริ่งอย่าง Street Glide Special ที่พร้อมพาคุณเดินทางไกลไปทั่วจักรวาล  ตัวรถมีการทำสีให้กลมกลืนไปกับกรูท แต่ถ้าหากได้นำคันนี้ไปขับในเมืองแล้วละก็ โดดเด่นจนทุกสายตาต้องหันมามองแน่นอน

แบล็กวิโดว์       

แบล็กวิโดว์ (นาตาชา โรมานอฟ) คือสายลับและสาวนักฆ่าทักษะแพรวพราว มี สกิลหลบหลีกคล่องตัวสูง เหมือนกับ Sportster Iron 883 ในเวอร์ชั่นสีดำล้วน ซึ่งการเพิ่มโลโก้ของฮีโร่หญิงคนนี้เข้าไปบริเวณถังน้ำมัน ทำให้ตัวมอเตอร์ไซค์มีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิม

แบล็ค แพนเธอร์

แบล็ค แพนเธอร์ คือกษัตริย์ของประเทศวากันด้า ที่มีประวัติศาสตร์มากมาย โมเดลที่ถูกใช้จึงเป็น Softail รุ่นคลาสสิกที่ถือกำเนิดมาร่วมหลายสิบปีในวงการ Softail คันนี้มีลักษณะเตี้ย ลู่ลม ซึ่งเมื่อออกตัวจะคล้ายกับการเคลื่อนไหวของ แบล็ค แพนเธอร์ ในยามต่อสู้  ผู้ออกแบบมีการทำสีดำล้วนทั้งคันให้เหมือนกับชุดออกรบของฮีโร่รายนี้

แดรกซ์

แดรกซ์ คือนักสู้ที่เก่งในระยะประชิด มีความแข็งแกร่งและพละกำลังเป็นต่อ เหมือนกับโมเดล Dyna Fat Bob ที่ถูกออกแบบมาโดยเน้นที่พละกำลังเครื่องยนต์โดยเฉพาะ ผู้ออกแบบมีการทำผิวและสีของตัวรถให้มีความรู้สึกเหมือนกับร่างกายของ แดรกซ์ ซึ่งอะไหล่ที่ใช้แต่งทั้งหมดเป็นของแบรนด์ฮาเลย์

ธานอส

ตัวร้ายบิ๊กเนมอย่าง ธานอส ในหนัง Avengers Infinity War ต้องคู่กับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์อย่าง Street Glide Special ที่ดุดันและมีพลังมากเอาการ เอาไว้ขับทางไกลข้ามจังหวัดข้ามประเทศได้แบบชิล ๆ บอดี้ทำสีดำให้มีเสน่ห์แบบดาร์ค ๆ คล้ายกับพลังด้านมืดที่ ธานอส ส่งไปทั่วทั้งจักรวาล

แหล่งที่มา https://9tro.com/media/bikes/bike-news/harley-davidson-marvel-super-hero-custom-motorcycles

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley