ดาราระดับโลกที่ชอบขับ Harley-Davidson

ดาราระดับโลกที่ชอบขับ Harley-Davidson

Harley-Davidson นอกจากจะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ปรากฎอยู่ในภาพยนต์ระดับนานาชาติหลายเรื่องแล้ว ยังเป็นของรักของหวงของเหล่าดาราระดับ Hollywood หลายคนเช่นกัน ในบทความนี้เรามาดูกันว่า ดาราระดับโลกคนไหน เป็นแฟน Harley-Davidson ตัวยงกันบ้าง  

อาโนลด์ ชวาสเนกเกอร์

ภาพของ อาโนลด์ ชวาสเนกเกอร์ กำลังขี่ Softail Fatboy ปรากฎอยู่ในหลายฉากของหนังเรื่อง คนเหล็ก ภาค 2 (Terminator 2: Judgment Day) หลังจากการถ่ายทำ มาริโอ แคซซาร์ ผู้เป็นโปรดิวเซอร์ ได้ขอเก็บ Fat Boy คันนี้ไว้เป็นของสะสมส่วนตัว ก่อนจะขายมันให้กับนักสะสมคนอื่น และสุดท้ายตัวมอเตอร์ไซค์ได้ลงเอยมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Hollywood Star Cars Museum

นอกจากจะเห็น อาโนลด์ ขับขี่ฮาเลย์บ่อยครั้งในหนังแล้ว ในชีวิตส่วนตัว เขาเป็นหนึ่งในดาราที่คลั่งไคล้ Harley-Davidson เช่นกัน ในช่วงวันหยุด เราสามารถเห็นเขาขับฮาเลย์ชิล ๆ ได้ในย่าน Hollywood แต่มันจะไมได้ดูดุเดือดเหมือนอย่างที่เขาขับในหนังหรอกนะ

แบรด พิตต์

พระเอกสุดหล่ออย่าง แบรด พิตต์ เป็นอีกหนึ่งดารา Hollywood ที่ชอบใช้เวลาว่างโลดแล่นไปกับมอเตอร์ไซค์ของเขาบนท้องถนน สำหรับแบรนด์ Harley-Davidson ดูเหมือน แบรด พิตต์ จะชอบสไตล์ Chopper เป็นพิเศษ 

เขาได้นำโมเดลรุ่นเก่าสมัยใช้เครื่อง Shovelhead มาแต่งอย่างพิสดารให้มีถังน้ำมันและถังแก๊ซในคันเดียวกัน แต่บังเอิญวันที่เขาต้องนำเสนอมอเตอร์ไซค์คันนี้ต่อหน้าสื่อ กลับจำผิด ดันเติมแก๊ซเข้าไปในถังน้ำมัน ทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก

คาดว่าเขาเอาอาจจะแต่งฮาเลย์เยอะมากจนเบลอ คราวหน้าก็ติดสติ้กเกอร์ไว้บนฝาถังว่า อันไหนถังแก็ซอันไหนถังน้ำมันแล้วกันครับ

เอลวิส เพรสลีย์

จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับราชาเพลงร็อกแอนด์โรลล์อย่าง เอลวิส เพรสลีย์ นักร้องและนักแสดงชาวอเมริกันผู้คลั่งไคล้ในมอเตอร์ไซค์แบรนด์ Harley-Davidson ในยุคของเอลวิส ประมาณยุค 60 เครื่องยนต์ที่ Harley-Davidson ใช้ยังเป็นเครื่อง Panhead อยู่  ส่วนตัว เอลวิส จะชอบฮาเลย์แนวทัวร์ริ่ง หรือที่เรียกว่าแนว Dresser คือมีลักษณะใหญ่ มีกระเป๋าข้าง และฟีเจอร์ต่าง ๆ เยอะ โดยเฉพาะรุ่นที่เตี้ย ๆ บอดี้อยู่ใกล้กับพื้นถนน จะชอบเป็นพิเศษ

น่าเสียดายที่ชีวิตของ เอลวิส ต้องปิดฉากลงในวัยเพียง 42 ปี แต่เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักของเขาที่มีต่อ Harley-Davidson ในวันครอบรอบ 30 ปีหลังจากที่เอลวิสได้เสียชีวิตลง ซึ่งตอนนั้นเป็นปี 2007 ก็ได้มีการผลิตมอเตอร์ไซค์ 1957 Black Harley-Davidson ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นรุ่นที่ เอลวิส ใช้ขับจริงสมัยตอนเขามีชีวิตอยู่ แม้แชสซีและระบบส่งกำลังจะเป็นของ Softail 2007 ก็ตาม

Harley-Davidson รุ่นพิเศษนี้ถูกผลิตออกมาเพียง 30 คันทั่วโลก ซึ่งคันที่ 30 ได้ถูกนำไปประมูล และเงินที่ได้จากการประมูลดังกล่าว ได้นำไปช่วยเหลือคนไร้บ้านในเมืองเมมฟิส ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของ เอลวิส

ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน

ใครที่เป็นคอหนังแอคชั่นย่อมรู้จักชายผู้นี้เป็นอย่างดี ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ปรากฏในหนังแอคชันมากมายไม่ว่าจะเป็น แรมโบ้ ร๊อคกี้ หรือถ้ายุคใหม่หน่อยก็เป็น The Expendable เขาคือหนึ่งในดารา Hollywood ที่ชื่นชอบ Harley-Davidson เหมือนกัน ภาพข้างบนคือมอเตอร์ไซค์คัสตอม Harley-Davidson Led Sled ออกแบบโดย แพท พีเทอร์สัน  มันสวยงามจนสุดท้าย ซิลเวสเตอร์ ก็ตัดสินใจซื้อไป และดูท่าทีแล้วเขาน่าจะคุยกับแบรด พิตต์ได้อย่างถูกคอ เนื่องจากชอบฮาเลย์แนวคัสตอมและ Chopper เหมือนกัน

แหล่งที่มา https://www.harleyworldchesterfield.co.uk/pages/newsandevents/starsonharleys.htm

รุปภาพ  https://motociclo.endrakor.com/harley-davidson-arnold-schwarzenegger/

https://www.pinterest.com/pin/356558495482048376/?lp=true

https://www.pinterest.com/pin/375135843942629730/?lp=true

https://www.hdforums.com/how-tos/slideshows/7-celebs-who-ride-harleys-535004#hugh-jackman

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson Hurakàn คัสตอม แนว คาเฟ่ เรเซอร์

Harley-Davidson Hurakàn คัสตอม แนว คาเฟ่ เรเซอร์
ในบทความนี้ เรานำ Harley-Davidson คัสตอม สวย ๆ งาม ๆ มาให้ชมกันอีกครั้ง เป็นผลงานจาก FMW Motorcycle บริษัทแต่งรถอยู่ที่เมือง แอนโคนา ประเทศอิตาลี ใกล้กับชายฝั่งทะเลเอเดียติก พวกเขาได้แต่ง Harley-Davidson ให้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ประเภท คาเฟ่ เรเซอร์ หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า “มอเตอร์ไซค์ คาเฟ่” งานชิ้นนี้มีชื่อว่า Harley-Davidson Hurakàn เรามาทำความรู้จักกับมอเตอร์ไซค์คันนี้กัน

หลายคนอาจจะสงสัยกับที่มาของชื่อ มอเตอร์ไซค์คัสตอม คันนี้ คำว่า Harukan เป็นชื่อของเทพเจ้ามายัน ที่เป็นตัวแทนของ “ลม ไฟ และ พายุ” ซึ่งอาจสื่อได้ถึงความลู่ลม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมอเตอร์ไซค์ประเภท คาเฟ่ เรเซอร์ คำว่าไฟสื่อได้ถึงเครื่องยนต์ที่ร้อนแรง มีพละกำลัง ส่วนพายุ เปรียบเหมือนความเร็วของตัวรถ ที่วิ่งหายไปอย่างลับตา

ต้องขอเกริ่นประวัติสักนิดว่า มอเตอร์ไซค์ประเภท คาเฟ่ เรเซอร์ มีต้นกำเนิดมาจากแดนผู้ดี ประเทศอังกฤษ เป็นประเภทมอเตอร์ไซค์ที่นิยมในหมู่วันรุ่นของประเทศเขา ในยุค 1960 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้มักมารวมตัวกันที่ คาเฟ่ ที่ใดที่หนึ่ง แล้วมีการเล่นเกมพนันกัน โดยใช้เครื่องเล่นเพลง (jukebox) ในร้าน เปิดเพลงเพลงหนึ่งขึ้น ระหว่างที่เพลงนั้นกำลังเล่น หากใครได้ขับมอเตอร์ไซค์ของตนออกไปยังเป้าหมาย แล้วกลับมาที่ร้านเป็นคนแรก ก่อนเพลงนั้นเล่นจบ ก็จะได้เงินพนันนั้นไปครอง จึงเป็นที่มาขอชื่อประเภทมอเตอร์ไซค์นี้นั่นเอง

กลับมาพูดต่อถึงตัว Harley-Davidson Hurakàn ซึ่งมีชื่อเป็นคอนเซปต์สำคัญ ที่ช่วยกำหนดเรื่องรูปแบบ ดีไซน์ และสมรรถนะเครื่องยนต์ Harley-Davidson Hurakàn คือมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่แต่งขึ้นมาใหม่หมดทั้งคัน เน้นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มองดูแล้วเป็นรถที่มีมิติในเรื่องความสวยงาม แต่มีอะไหล่และอุปกรณ์ไม่มาก และที่สำคัญมีสมรรถนะที่ทรงพลัง Harley-Davidson Hurakàn มีเครื่องยนต์ S&S V-Twin ขนาดใหญ่ เฟรมรถเปิดเผยให้เห็นห้องเครื่อง และอะไหล่ภายในเกือบทุกส่วน ถังน้ำมันตีหลบเข่าเพื่อให้กระชับในการขับขี่ ส่วนเบาะนั่งเป็นแบบเดี่ยวทรงตูดมด องค์ประกอบที่กล่าวมานี้คือคาแรคเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ประเภท คาเฟ่ เรเซอร์ ขนานแท้

โดยทั่วไป ดีไซน์ของมอเตอร์ไซค์คาเฟ่ จะมีฟีลแบบ เรโทร ย้อนยุคสูงมาก เนื่องจากมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1960 แต่ Harley-Davidson Hurakàn คันนี้จะมีกลิ่นอายมอเตอร์เรเซอร์ของอิตาลีขนานแท้ ผสมอยู่ด้วย ทำให้มันเป็น คัสตอม คาเฟ่ ที่ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญเป็นประเภทมอเตอร์ไซค์ที่หาดูยากในแบรนด์ Harley-Davidson อีกด้วย

ฟีเจอร์อื่นที่น่าสนใจของ Harley-Davidson Hurakàn ยังรวมไปถึงท่อร่วมไอดี 45mm สองท่อ และมีปลายท่อลดเสียง (silencer) 60mm อีกหนึ่งจุด ที่มีดีไซน์แบบเฉพาะในสไตล์ “คิมุระ” อลูมีเนียมคือวัสดุหลักที่ช่วยให้ตัวมอเตอร์ไซค์ คงทนต่อแรงสั่นสะเทือนต่าง ๆ อีกทั้งมีถังน้ำมันคความจุ 5 ลิตร และระบบ “motoscope pro” ที่ช่วยแสดงสถานะและประสิทธิภาพของตัวรถ ให้กับผู้ขับได้ตลอดเวลา
Harley-Davidson Hurakàn เปรียบเหมือนกับมอเตอร์ไซค์ลูกครึ่ง หาดูยาก ที่รวมสามสัญชาติเข้าด้วยกัน นั่นก็คือโมเดลตัวรถ Harley-Davidson จากอเมริกา สไตล์ คาเฟ่ เรเซอร์ จากประเทศอังกฤษ และดีไซน์ไฟนอลทัช จากทีมงานประเทศอิตาลี เป็นสามองค์ประกอบต่างวัฒนธรรมที่เมื่อรวมตัวกันแล้ว ผลงานออกมาสมบูรณ์ โก้เก๋ มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

แหล่งที่มา https://www.designboom.com/technology/harley-davidson-hurakan-custom-cafe-racer-fmw-motorcycles-01-24-2018/

LOW BLOW. FMW Motorcycle’s ‘Hurakàn’ Harley Cafe Racer

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

ความเป็น Harley-Davidson สิ่งที่เปลี่ยนแปลง กับสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

ความเป็น Harley-Davidson สิ่งที่เปลี่ยนแปลง กับสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมคโดนัลด์ โคคาโคล่า หรือ ดังกิ้น โดนัท แต่แบรนด์เหล่านี้ล้วนเติบโตมาจากการทำการตลาด และการสร้างแบรนด์อย่างหนักหน่วง มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ได้รับความนิยมจาก คาแรคเตอร์ และตัวตนแบรนด์ที่หนักแน่นอย่าง Harley-Davidson

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Harley-Davidson
กว่าจะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ Harley-Davidson ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อยเหมือนกัน จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เกิดจากสองพี่น้อง Arthur และ Walter Davidson เกิดไอเดียต้องการติดเครื่องยนต์ไปบนจักรยานของพวกเขา โดยใช้ห้องเก็บของเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในการทดลองโปรเจกต์นี้ขึ้นในปี 1903
ปรากฏว่ามอเตอร์ไซค์คันแรกที่สร้างขึ้น ต้องถูกโละทิ้งทันที เนื่องจากไม่มีพละกำลังมากพอในการวิ่งขึ้นเขาลงเขาในเมือง Milwaukee หลังจากนั้นในปี 1906 Harley-Davidson ก็มีโรงงานจริงจังเป็นของตัวเองครั้งแรก และในปี 1907 ได้คิดค้นเครื่องยนต์ V-Twin อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ในอีกหลายสิบปีถัดมา
หลังจากนั้น Harley-Davidson ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะไม่ใช่แบรนด์อันดับหนึ่งของอเมริกา แต่ก็ถือว่าไม่ใช่แบรนด์เล็ก ๆ ในตลาดอีกต่อไป
จนกระทั่งในปี 1981 คุณภาพสินค้าของฮาเลย์ได้ดรอปลง สาเหตุหนึ่งมาจากผู้ผลิตทางฝั่งญี่ปุ่นเริ่มมีเทคโนโลยีที่สูงกว่า แถมส่งมอบสินค้าในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย ณ จุดนี้ ฮาเลย์ต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนครั้งใหญ่อีกครั้งเพื่อพัฒนามอเตอร์ไซค์ของพวกเขา หรือต้องจำใจขายธุรกิจไป
บริษัทตัดสินใจที่จะเรียนรู้จากชาวญี่ปุ่น ในเรื่องเทคนิคการผลิต รวมไปถึงนำมาตรการตรวจวัดคุณภาพสินค้ามาใช้ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ Harley-Davidson สามารถผลิตเครื่องยนต์รุ่นใหม่ออกมาได้สำเร็จ และได้พามอเตอร์ไซค์ของพวกเขาไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม

ณ ช่วงเวลานั้น บริษัทยังขาดเงินทุนในการลงโฆษณา จึงใช้วิธีสร้างกลุ่มคนรัก Davidson ขึ้นมา ชื่อว่ากลุ่ม H.O.G. ย่อมาจาก “Harley Owners Group” เป็นวิธีสร้างคอนเนคชันกับลูกค้าโดยตรง โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก ตั้งแต่วันนั้นมา กลุ่ม H.O.G. ได้เติบโตขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นฐานลูกค้าขาขนาดใหญ่ ที่คอยสนับสนุนแบรนด์ Harley-Davidson ด้วยชีวิตและจิตใจ

เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายขึ้น
เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น ตัวตนและคาแรคเตอร์ของแบรนด์ ย่อมโตขึ้นด้วยเช่นกัน Harley-Davidson กลายเป็นแบรนด์ที่สื่อถึง “อิสรภาพ และ พลัง” (freedom and power) ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทต้องการ แต่ก็มีประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้คนเริ่มมองว่า Harley-Davidson คือมอเตอร์ไซค์สำหรับ ชายผิวขาววัยกลางคน และพวกที่ชอบแหกกฎ โดยเฉพาะ
ภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้ Harley-Davidson ประสบปัญหาในการดึงดูดความสนใจจากลูกค้ากลุ่มใหม่ ตัวตนแบรนด์ที่แข็งแกร่งกลายเป็นข้อจำกัดให้บริษัทไม่สามารถขยายธุรกิจต่อไปได้
บริษัทจึงตัดสินใจวางจุดยืนตัวเองใหม่ ให้ Harley-Davidson เป็นมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่เฉพาะบางกลุ่ม แต่ยังคงคาแรคเตอร์ และเสน่ห์ แบบเดิมไว้ ที่ช่วยให้ Harley-Davidson โดดเด่นกว่ามอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่น
ผลที่ได้มาขึ้น ฮาเลย์ได้ขยายตลาดของตัวเองไปได้กว้างขึ้น แถมบริษัทยังมีแคมเปนจ์อย่าง #Stereotypical Harley ในการสนับสนุนเรื่องนี้ ซึ่งสื่อว่า Harley-Davidson คือมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย วัยรุ่นหรือวัยกลางคน เจน Y หรือกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์

Harley-Davidson เรียนรู้ว่า ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของแบรนด์คือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ แต่ขณะเดียวต้องเปิดรับสิ่งใหม่ เพื่อตามลูกค้าให้ทัน และสร้างฐานตลาดให้ใหญ่ขึ้น ทุกวันนี้ Harley-Davidson ได้ไอเดียใหม่ ๆ จากสื่อโซเชียล มากมาย ซึ่งช่วยให้เข้าใจความต้องการลูกค้ามากขึ้น

ความภักดีในแบรนด์คือสิ่งสำคัญ
แม้บริษัทจะมีการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์โลกมากขึ้น แต่ประวัติศาสตร์ คุณค่า และเสน่ห์ของแบรนด์ยังคงเป็นสิ่งที่สัมผัสได้สำหรับทุกคน เมื่อเราเห็นหรือได้ยิน แบรนด์ “”Harley-Davidson” เราต่างรู้ทันทีว่า คาแรคเตอร์ของแบรนด์นี้ เป็นอย่างไร และแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีกลุ่มลูกค้าที่จงรักภักดีต่อแบรนด์ ที่ค่อยสนับสนุนบริษัทอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนไลน์สินค้า เปลี่ยนกลยุทธ์ หรือย้ายฐานการผลิตไปที่ใด แฟน ๆ ฮาเลย์ เหล่านี้ก็จะคอยสนับสนุนอยู่เสมอ ความจริงก็คือเจ้าของมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson หลายคนไม่ได้ซื้อโดยคำนึงถึงราคาเป็นหลัก พวกเขาซื้อด้วยความเชื่อ ความศรัทธา และความรักที่มีต่อแบรนด์นี้ต่างหาก

แหล่งที่มา https://medium.com/@Stewart_Fabrik/keep-your-motor-running-the-harley-davidson-brand-story-664cdda147d0?fbclid=IwAR1dN0GnnUSI7IdvcXZEkbCHsdroMs9dmj497tsOvJJcGhhpUOVKf3d4HvQ

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley