Road Glide Special 2019 ทัวร์ริ่งคัสตอมสายพันธุ์ดุ

Harley-Davidson Road Glide ถูกเปิดตัวมาในปี 1998 และเป็นหนึ่งในทัวร์ริ่งที่มีเอกลักษณ์และผู้คนรู้จักมากที่สุดรุ่นหนึ่ง ในบรรดามอเตอร์ไซค์ V-Twin สัญชาติอเมริกันอย่างฮาเลย์  Road Glide Special 2019 ถือว่าได้รับการอัพเกรดในเรื่องสมรรถนะและเทคโนโลยีมากมาย จนทำให้มันเป็นโมเดลตัวท๊อปของกลุ่มทัวร์ริ่งอย่างไม่ต้องสงสัย  ในบทความนี้เรามาดูกันว่าตัวมอเตอร์ไซค์มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Road Glide Special ใช้เครื่อง Milwaukee-Eight 114 ซึ่งเป็นเครื่อง V-Twin ที่มีแรงบิดขนาด 123 ฟุตปอนด์ที่รอบ 3,000 ต่อนาที การบิดมือเปิดคันเร่งจะทำให้คุณรู้สึกถึงแรงบิดสุดคลาสสิกสไตล์ฮาเลย์ไปทั่วทั้งคัน  ระบบการจ่ายน้ำมันที่ลื่นไหลและ torque curve ของตัวรถทำให้ Road Glide Special เหมาะสำหรับผู้ขับทุกคนที่อยากค้นหาเสน่ห์ของรถสไตล์ทัวร์ริ่งอย่างแท้จริง

เรื่องของสภาพถนนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขับทางไกลบนถนนหลวง เส้นทางคดเคี้ยวที่โหดๆ หรือแม้กระทั่งถนนชนบทที่สภาพไม่ค่อยจะดีนัก Road Glide Special ถือว่าไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย  ระยะฐานล้อที่ยาวถึง 64 นิ้ว กับมุมโช๊คหน้า 29.5 องศา ช่วยให้ตัวรถรักษาสมดุลอยู่ในเส้นทางการขับได้อย่างดี  Road Glide Special ตอบสนองเสมอไม่ว่าคุณต้องการอะไรจากมัน

Road Glide Special จะใช้ระบบกันสะเทือน Showa ซึ่งประกอบไปด้วยโช๊คคู่ทั้งหน้าและหลัง โช๊คหน้าจะมีช่วงชัก (Suspension travel) เหลือเฟือที่ 5 นิ้ว ส่วนโช๊คหลังจะมีช่วงชักเพียง 2 นิ้ว  ซึ่งในสภาพถนนที่แย่มากๆ แรงกระแทกแรงๆ ก็สามารถส่งผ่านโครงรถมาถึงตัวคนขับได้

เรื่องสรีรศาสตร์ Road Glide Special มีความสูงเบาะนั่งที่ 27.4 นิ้ว ซึ่งเป็นระยะที่ขาของผู้ขับส่วนใหญ่สามารถแตะพื้นได้  แฮนด์ลักษณะ riser bar จะจัดวางให้แขนคนขับอยู่ในระดับปานกลาง และผู้ขับสามารถวางเท้าบนพักเท้าขนาดยาวได้อย่างเต็มๆ ซึ่งจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้อย่างดี  ชิลด์หน้าแบบสั้นมีการดีไซน์ร่วมกับแฟริ่งทรงฉลาม ซึ่งช่วยปัดเป่ากระแสลมออกจากตัวผู้ขับ ทำให้การขับทางไกลเหนื่อยล้าน้อยลง

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับผิวโครเมียมสะท้อนแสงอย่างหรูหรา ในโมเดลมากมายของฮาเลย์ แต่ผู้ออกแบบ Road Glide Special นั้นคิดต่าง และเลือกออกแบบตัวรถให้มีผิวแบบด้านแทน โดยใช้สีโทนเข้มและดุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนล้อ (19/18 นิ้ว) โครงรถ และส่วนอื่น  เรียกได้ว่า Harley-Davidson ได้ปล่อยรถที่ดูโหดออกมาคันหนึ่ง

เรื่องระบบเบรก Road Glide Special ยังใช้คาลิปเปอร์คู่ 4 พอทเหมือนเดิม ซึ่งทำงานร่วมกับจานเบรกคู่ขนาด 300 mm ที่ล้อหน้า การบีบคันเบรกให้ความรู้สึกกระชับขึ้น แต่มีความค่อยเป็นค่อยไป และใช้งานได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ  ส่วนล้อหลังใช้จานเบรกเดี่ยวขนาด 300 mm และคาลิปเปอร์เดี่ยว 4 พอท

ผู้ขับ Road Glide Special สามารถออกเดินทางได้อย่างสะดวก เพราะกระเป๋าข้างมีความจุถึง 75 ลิตร  ในการซ่อมแซมอะไหล่ในส่วนท้ายของตัวรถ Harley-Davidson ก็มีการปรับปรุงให้กระเป๋าข้างสามารถถอดออกได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ  ตัวกระเป๋ายังมีการออกแบบให้เปิดปิดง่าย โดยการแตะเพียงครั้งเดียวอีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือการอัพเดทระบบ Boom! Box GTS infotainment ให้ทันโลกโซเชียล ณ ปัจจุบันมากขึ้น  ระยะการใช้งานของผู้ขับอาจจะต้องมีการเอื้อมมือเล็กน้อยหากนั่งอยู่บนเบาะ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่น่าห่วงมากนัก  ที่สำคัญระบบ infotainment นี้สามารถเปิดใช้งานได้เร็วขึ้น ซึ่งภายใน 10 วินาทีผู้ขับก็สามารถอัพเดทสถานการณ์โลกหรือเล่นฟังก์ชันต่างๆ ได้ทันที  มากไปกว่านั้น Harley-Davidson ยังร่วมมือกับ Gorilla Glass ออกแบบให้มันใช้งานได้แม้ผู้ขับจะใส่ถุงมืออยู่ก็ตาม

นอกจากหน้าจอ Touchscreen แล้ว ระบบ Boom! Box นี้ยังสามารถสั่งการจากปุ่มควบคุมบนแฮนด์คนขับได้อีก โดยผู้ขับสามารถเชื่อมต่อระบบนี้กับอุปกรณ์สื่อสารและสมาร์ทโฟนได้  ไม่ว่าจะเป็นการโทร ตอบข้อความ ดูแผนที่ หรือเล่นเพลงโปรดของคุณ คุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดบน Road Glide Special 2019

นอกจากนี้ทีมฮาเลย์ยังได้คิดค้นออกแบบ “แอพ Harley-Davidson” มาให้ใช้กับตัวรถอีกด้วย ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android  ผู้ขับสามารถวางแผนเส้นทางบนแอพและส่งข้อมูลต่อไปยังตัวรถได้ ถือเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความไฮเทคให้กับประสบการณ์การขับขึ้นไปอีก

บริเวณหน้าปัดเรือนไมล์มีลำโพงสองเครื่องขนาด 6.5 นิ้ว ช่วยให้คนขับเพลิดเพลินกับการฟังเพลงและวิทยุ ขณะขับทางไกลทอดยาวไปบนถนนหลวง แม้จะไม่ใช่ลำโพงรุ่นที่ดีที่สุดของกลุ่มทัวร์ริ่ง คุณภาพเสียงของมันถือว่าไม่น่าผิดหวังเลย

สุดท้ายแล้ว Road Glide Special 2019 ถือเป็นโมเดลที่ไม่ได้มีการอัพเดทจุดใหญ่ๆ มากนัก แต่มีการปรับปรุงและพัฒนาในจุดเล็กๆ มากมายเพื่อเสริมประสบการณ์การขับให้แจ่มยิ่งขึ้น เช่น ตัวรถยังคงใช้ล้อขนาดเดิม แต่มีการพัฒนาความจุเครื่องยนต์ เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอก และอัพเกรดระบบ infotainment ให้ทันสมัยขึ้น  สิ่งเหล่านี้ทำให้ Road Glide Special 2019 ยังคงเป็นโมเดลที่น่าหลงใหลและน่าครอบครองเช่นเดิม โดยเฉพาะสำหรับชาวฮาเลย์สายทัวร์ริ่งทุกคน

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

2019 Harley-Davidson Road Glide Special Review (15 Fast Facts)

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

1988 FLHS Electra Glide FLHS

 Electra Glide คือโมเดลที่แตกแขนงมาจาก Electra Glide รุ่นคลาสสิกที่เปิดตัวในปี 1987 ใจกลางของรถประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ขนาด 80 ลูกบาศก์นิ้ว กับเกียร์ห้าสปีดที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1984 อีกทั้งตัวรถยังขับเคลื่อนด้วยระบบสายพาน ซึ่งเป็นระบบที่ฮาเลย์นำมาใช้ในโมเดลส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา
FLHS Electra Glide ถือเป็นโมเดลที่ย้อนกลับไปสู่ความคลาสสิกของ Electra Glide รุ่นแรกๆ ตัวรถถูกออกแบบมาโดยไม่มี top box แต่มีชิลด์หน้าแบบถอดได้ซึ่งทำให้ตัวรถมีลุคความเป็นสปอร์ตมากขึ้น แม้อาจจะไม่ใช่รถกลุ่ม “สปอร์ต” แบบเต็มตัว FLHS Electra Glide มีความคล่องตัวสูงจากการออกแบบที่ตัดทอนองค์ประกอบหลายอย่างออกไป มากไปกว่านั้นมันยังมีราคาถูกกว่า Electra Glide รุ่นอื่น ๆ เป็นข้อได้เปรียบอีกด้วย

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

แหล่งข้อมูล หนังสือ ULTIMATE HARLEY-DAVIDSON โดย HUGO WILSON 

รูปภาพ https://www.flickr.com/photos/kc7cbf/4125438014/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley