วิวัฒนาการโลโก้ Harley-Davidson

ไม่ว่า Harley-Davidson จะผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมายเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปเลยคือ โลโก้ Bar and Shield ประจำแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ก่อนจะมาเป็นรูปทรง ณ ปัจจุบัน โลโก้ของ Harley-Davidson ก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาพอสมควรเช่นกัน ในบทความนี้เราย้อนไปดูวิวัฒนาการของโลโก้ Harley-Davidson แบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกกัน

Harley-Davidson ผลิตมอเตอร์ไซค์คันแรกออกมาในปี 1903 แต่ปีแรกที่บริษัทเริ่มใช้โลโก้คือปี 1910 และโลโก้ที่รู้จักกันในชื่อ Bar and Shield นี่เองคือดีไซน์ที่บริษัทใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการออกแบบโลโก้ถัดไปทั้งหมด  โลโก้ Bar and Shield ประกอบไปด้วยสามสีหลักคือ ดำ ขาว และส้ม ซึ่งทำให้แบรนด์ฮาเลย์มีเอกลักษณ์แตกต่างจากแบรนด์อื่นอยู่พอสมควร  ส่วนในโลโก้จะใช้คำว่า HARLEY-DAVIDSON อยู่บนแผ่นเหล็กแนวนอนด้านหน้า ด้านหลังจะเป็นโล่ ใช้คำว่า MOTOR ด้านบน และคำว่า COMPANY อยู่ด้านล่าง ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

หลังจากนั้นในปี 1953 Harley-Davidson มีการออกแบบโลโก้ใหม่ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของบริษัท  โลโก้ใหม่นี้จะใช้สีเงินล้วน มีรูปแบบเป็นทรงกลมพร้อมตัว V ที่ยื่นออกมาด้านบนเล็กน้อย  ตัว V ที่ว่านี้สื่อถึงลักษณะเครื่องยนต์ V-Twin ที่เป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson  ที่สำคัญโมเดลที่ผลิตออกมาในปี 1954 จะมีตรานี้ติดอยู่ที่บังโคลนหน้าของรถด้วย

ในปี 1965 บริษัทได้กลับไปใช้โลโก้แบบเดิม เพราะเป็นดีไซน์ต้นแบบที่สื่อถึง  แบรนด์ได้ดีกว่า แต่คราวนี้บริษัทได้นำสีส้มออกไปเพื่อเพิ่มความเรียบง่าย โลโก้จึงเป็นสีขาวดำอย่างที่เห็นในภาพด้านบน

หนึ่งในโลโก้ยอดฮิตของฮาเลย์คือ #1 logo ถูกออกแบบโดย Willie G. Davidson ลูกชายของ William H. Davidson และถูกเริ่มใช้ครั้งแรกในโมเดล 1971 FX Super Glide  โลโก้นี้จะถูกใช้ในโมเดลสนามแข่งของฮาเลย์ โดยเฉพาะสนามแข่งแบบ Dirt Track ภายหลังโลโก้นี้มักเห็นได้ทั่วไปตามสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของแบรนด์

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2003 เมื่อบริษัทออกแบบโลกโก้ใหม่ เพื่อฉลองครอบรอบ 100 ปี  โลโก้ใหม่จะมีโลโก้เดิมเป็นส่วนประกอบ แต่ถูกประกบข้างด้วยปีกนก ซึ่งด้านหนึ่งเขียนเป็นเลข 1903 ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นเลข 2003 ซึ่งก็คือปีก่อตั้งและปี ณ ช่วงเวลานั้นนั่นเอง  ด้านล่างเป็นเลข 100 ตัวใหญ่ บ่งบ่องถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Harley-Davidson  ปีกนกที่เพิ่มเข้ามาเป็นตัวแทนของความเร็ว พละกำลัง และอิสรภาพ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผู้ขับทุกคนสัมผัสได้

ในปี 2008 Harley-Davidson ได้ออกแบบโลโก้เพื่อฉลองครบรอบ 105 ปี โดยทำการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจากโลโก้ฉลองครอบรอบ 100 ปี  โลโก้ Bar and Shield ยังคงอยู่เหมือนเดิมเป็นเอกลักษณ์ ปีกนกมีการปรับให้ชูสูงขึ้น ซึ่งระหว่างปีกทั้งสองข้างจะมีคำว่า 105 years อยู่  ส่วนด้านล่างจะเป็นตัวเลขช่วงปี 1903 และ 2008

นอกจากนี้ยังมีโลโก้ที่กลุ่มแฟนฮาเลย์ตั้งกันขึ้นมาเอง กลุ่มแฟนที่ว่านี้มีชื่อกลุ่มว่า HOGS (Harley Owners Group) ซึ่งโลโก้ที่พวกเขาทำขึ้นมาจะแตกต่างจาก   โลโก้ที่บริษัทใช้อย่างสิ้นเชิง  ตัวโลโก้ประกอบไปด้วยนกอินทรีย์เกาะอยู่บนตัว O ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นล้อของมอเตอร์ไซค์ สีที่ใช้จะเป็นดำ ขาว และเหลืองตามภาพด้านบน

ตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson แต่ละที่อาจมีการปรับแต่งโลโก้ให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สิ่งที่ต้องมีอยู่เสมอคือสัญลักษณ์ Bar and Shield สุดคลาสสิกที่ใช้มากันตั้งแต่ปี 1903 นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ไม่ว่า Harley-Davidson จะผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 115 ปี โลโก้ Bar and Shield ที่ว่านี้ก็ยังเป็นตัวแทนสัญลักษณ์แบรนด์ที่เรารักแบบนี้เช่นเดิม

 

แหล่งที่มา https://moneyinc.com/the-history-of-and-story-behind-the-harley-davidson-logo/

รูปภาพ https://thelogocompany.net/blog/friday-feature/evolution-harleydavidson-logo/

https://ultimatemotorcycling.com/2009/09/04/1971_harley-davidson_super_glide_motorcycle_review/

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

 

Harley-Davidson โมเดลไหนเหมาะสำหรับมือใหม่

 

Harley-Davidson วางแผนเปิดตัวโมเดลแปลกใหม่มากมายในปี 2019 เช่น มอเตอร์ไซค์แนว adventure-touring แนว middleweight streetbike รวมถึงแนว electric bikes หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สำหรับผู้ขับมือใหม่หรือหน้าใหม่ที่อยากร่วมขบวนฮาเลย์สักครั้ง คุณไม่จำเป็นต้องรอคอยให้โมเดลเหล่านี้ออกมา เพราะฮาเลย์มีโมเดลมากมายที่เหมาะสมสำหรับพวกคุณพร้อมไว้อยู่แล้ว

ในช่วงหลายปีหลัง ฮาเลย์ได้มีการผลิตมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กและเบาออกมาอย่างต่อเนื่อง มอเตอร์ไซค์เหล่านี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ขับมือใหม่ หรือผู้ขับที่มีงบประมาณจำกัดโดยเฉพาะ  ผู้ที่ต้องการเพียงความสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหรือความหรูหรามากนัก แต่แม้จะมีคุณสมบัติที่เป็นรองโมเดลขนาดใหญ่หรือแพงกว่า โมเดลสำหรับผู้เริ่มต้นเหล่านี้ยังคงมีกลิ่นอายและเสน่ห์ความเป็น Harley-Davidson ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน

เริ่มต้นกันที่โมเดล Street 500 และ Street 750 ที่ฮาเลย์เปิดตัวมาเมื่อ 2-3 ปีก่อน เพื่อแข่งกับตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ  โมเดล Street ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ขับมือใหม่หรือ newbies โดยเฉพาะ ตัวมอเตอร์ไซค์มีน้ำหนักเบา มีสมรรถนะที่ใช้งานได้จริง มีราคาที่ไม่สูง และยังเหมาะกับผู้ขับที่มีสัดส่วนไม่สูงมากนักอีกด้วย ถือเป็นโมเดลที่เหมาะสมสำหรับ entry level ทุกคน

Harley-Davidson Street 750

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวโมเดล Street ไม่ได้รับเสียงตอบรับมากพอเท่าที่ควร เนื่องจากกลุ่มแฟนฮาเลย์ส่วนใหญ่ยังคงชื่นชอบดีไซน์แบบดั้งเดิมอยู่ เพราะสิ่งที่ขาดหายไปในโมเดลนี้คือเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ฉบับฮาเลย์ ในโมเดล Street เสียงเครื่องยนต์จะค่อนข้างเบาและดุดันน้อยกว่า  อีกหนึ่งจุดคือโมเดล Street จะมีการวางสวิตช์สัญญานไฟเลี้ยวไว้ที่แฮนด์ฝั่งเดียว แต่งต่างจากโมเดลทั่วไปของฮาเลย์ที่จะวางสวิตช์ไฟเลี้ยวไว้ที่แฮนด์ทั้งสองข้าง แต่ดีไซน์ดังกล่าวเป็นสัญญาณบอกว่าฮาเลย์กำลังนำดีไซน์และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาสู่แบรนด์

Harley-Davidson Street Rod XG750A

หากผู้ขับให้ความสำคัญกับเรื่องราคามากกว่าภาพลักษณ์และหน้าตาในสังคม โมเดลกลุ่ม Street ถือว่าเหมาะสม แต่หากจะให้เลือกระหว่าง Street 500 กับ Street 750 ก็ต้องแนะนำว่า Street 750 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะด้วยขนาดเครื่องยนต์ของ Street 500 นั้น มือใหม่ขับตัวมอเตอร์ไซค์ได้ไม่นานก็จะเบื่อและต้องการขนาดเครื่องยนต์ที่สูงกว่านี้  แต่หากผู้ขับสามารถลงทุนเพื่อสมรรถนะตัวรถที่ดีขึ้น บวกกับมีลุคสปอร์ตที่เพิ่มความเท่ให้กับตัวรถมาอีกหน่อย Street Rod ก็จะเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์

สำหรับผู้ขับมือใหม่หรือหน้าใหม่ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของ Harley-Davidson ในระดับที่เข้มข้นขึ้น โมเดลกลุ่ม Sportster ก็ถือเป็นมอเตอร์ไซค์เริ่มต้นที่ดี โดยรุ่นที่มีราคาต่ำสุดคือ Sportster SuperLow ซึ่งมีจุดเด่นที่อะไหล่ผิวโครเมียมมันวาวสไตล์ฮาเลย์ฉบับคลาสสิก ตัวรถใช้เครื่อง V-Twin 883cc อันทรงพลัง มีความสูงเบาะนั่ง 25.5 นิ้ว ที่ผู้ขับแทบทุกคนสามารถขึ้นนั่งได้สบาย และยังเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับง่ายที่สุดคันหนึ่งของฮาเลย์ นอกจากนี้ Sportster SuperLow ยังเป็นโมเดลที่นำไปแต่งคัสตอมได้ง่ายและมีความอเนกประสงค์อย่างมาก แม้มันจะถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ผู้ขับสามารถออกเดินทางไปยังสถานที่หรือจังหวัดใกล้ ๆ ได้อย่างสบาย เนื่องจากตัวรถมีความสะดวกสบายและพละกำลังเครื่องยนต์ที่มากพอ

Harley-Davidson Super Low XL883L

สำหรับผู้ขับที่ต้องการมอเตอร์ไซค์เริ่มต้นสุดเจ๋ง เราขอแนะนำ Sportster Iron 883 ซึ่งมีออร่าที่เข้มข้นกว่า Sportster SuperLow  ดีไซน์ตัวรถประกอบไปด้วยผิวแบบด้าน ท่อไอเสียสีดำล้วน blacked-out และเบาะนั่งที่มีความสปอร์ตมากขึ้น การขับ Iron 883 ไปยังสถานที่ต่าง ๆ จะดึงดูดความสนใจของผู้คนอยู่พอสมควร ลักษณะการนั่งที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำยังเสริมให้ผู้ขับดูดุดันขึ้นอีกด้วย สำหรับผู้ขับหน้าใหม่ที่ชื่นชอบความดิบและสไตล์ industrial แบบนี้ แต่ต้องการสมรรถนะเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น Sportster Iron 1200 จะเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ ซึ่งแน่นอนราคาย่อมสูงขึ้นไปตามกัน

Harley-Davidson Iron 883

จริงอยู่ที่ Harley-Davidson เตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่มากมายที่แตกต่างไปจากเดิมในปีหน้าเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมถึงผู้ขับระดับเริ่มต้น นับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่บริษัทควรได้รับการชื่นชม แต่สำหรับผู้ขับมือใหม่หรือหน้าใหม่ที่อดใจรอโมเดลเหล่านั้นไม่ไหว ฮาเลย์ก็มีโมเดลมากมายอย่างที่นำเสนอไว้ในบทความนี้สำหรับพวกคุณ ซึ่งมีตั้งแต่ราคาเบา ๆ อย่างกลุ่ม Street จนถึงระดับที่สามารถนำขับออกงานสังคมได้อย่างภาคภูมิใจอย่างกลุ่ม Sportster

 

แหล่งที่มา https://www.hotbikeweb.com/best-harley-davidson-models-for-new-and-beginning-riders#page-5

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson ขับยากหรือไม่?

ขึ้นชื่อว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ Big Bike ที่มีน้ำหนักเฉลี่ยสูงกว่าแบรนด์คู่แข่งเล็กน้อย หลายคนกังวลว่าจะสามารถขับขี่ Harley-Davidson ได้หรือไม่ ต้องใช้เวลาปรับตัวแค่ไหน หรือควรจะเลือกมอเตอร์ไซค์ Big Bike แบรนด์อื่นดี  วันนี้เราจะไม่ได้มาเป็นผู้บอกคำตอบ แต่จะให้ความคิดเห็นของชาวต่างชาติหลาย ๆ คน เป็นข้อคิดให้ผู้อ่านตัดสินใจเอง

พอล เทินเนอร์ นักแต่งรถและนักขับมากประสบการณ์ กล่าวว่า “การเลือกมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนการเลือกเสื้อผ้า แต่ละคนมีไซส์และสไตล์ที่ต่างกัน  ครั้งแรกที่ผมได้ขับ Harley-Davidson ทุกอย่างมันลงตัวไปหมด ความรู้สึกในการควบคุมมีความหนักแน่นคาดเดาได้ แต่ยังขาดความคล่องแคล่วอยู่พอสมควร  Harley-Davidson เป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ บางคนสามารถควบคุมรถได้ และบางคนไม่สามารถทำได้  เวลาผมเปลี่ยนจากการขับ sport bike มาขับฮาเลย์ จะต้องใช้เวลาปรับจูนกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอยู่บ้างแต่ไม่นาน แต่โมเดลฮาเลย์ที่ผมเคยขับมาส่วนใหญ่จะมีแรงบิดในรอบต่ำที่สูง ทำให้การออกตัวเป็นเรื่องง่าย ส่วนเรื่องเบรก คุณสามารถใช้เบรกหน้าหยุดตัวรถได้ในแทบทุกสถานการณ์ ยกเว้นบนถนนที่ลื่น หรือการเบรกแบบกระชั้นชิด  ล้อที่ใหญ่ของมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ยังช่วยสร้างสมดุลและความมั่นคงให้กับการขี่ได้มาก ส่วนฮาเลย์กลุ่มที่ขนาดเล็กลงอย่าง Sportster จะมีความคล่องแคล่วว่องไวสูง และมีตำแหน่งอยู่ใกล้พื้นมากขึ้น ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่หมายถึงโมเดลใหม่ ๆ ของฮาเลย์นะครับ ส่วนตัวผมชอบพวกรุ่น shovelhead แต่ระบบเบรกและการควบคุมถือว่าแย่เอาการ เอาเป็นว่าผมแนะนำให้นักขับมือใหม่ใช้เวลาขับฮาเลย์รุ่นกลาง ๆ ให้ชิน ก่อนที่จะไปลิ้มลองโมเดลวินเทจ หรือกลุ่มทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ของ Harley Davidson”

แดเนียล วอลแลนเดอร์ ชายผู้มีประสบการณ์การขับและการแต่งรถ 35 ปี กล่าวว่า “Harley-Davidson ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ที่ขับยากกว่ามอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่นอย่างที่หลายคนคิด เพราะมอเตอร์ไซค์ทุกคันมีเบสิกการขับและการควบคุมเหมือนกัน เพียงแต่มอเตอร์ไซค์ของฮาเลย์จะค่อนข้างใหญ่และหนักเพียงเท่านั้น ซึ่งแม้แต่โมเดล Street 500 และ Street 750 ก็ยังถือว่าหนักมากกว่ามอเตอร์ไซค์ในคลาสเดียวกัน อีกทั้งมอเตอร์ไซค์ของ Harley-Davidson โดยเฉลี่ยแล้วมีแรงบิดที่สูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ ด้วยสองปัจจัยนี้ Harley-Davidson จึงไม่เหมาะกับผู้เพิ่งเริ่มขับมอเตอร์ไซค์สักเท่าไร ผมแนะนำให้ผู้เริ่มหัดขับมอเตอร์ไซค์ลองขับมอเตอร์ไซค์ไซส์เล็กอย่างขนาด 250-400 cc ให้ชินก่อน น้ำหนักที่เบาและกำลังเครื่องที่น้อยจะช่วยให้คุณมีสมาธิกับการพัฒนาทักษะการขับขี่ แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับการควบคุมพลังเครื่องยนต์ที่มากเกินไป  เมื่อคุณขับมอเตอร์ไซค์ระดับนี้ได้ชำนาญแล้ว จึงค่อยเขยิบขึ้นไปขับเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงกว่าเดิม

นิค บิสเวล ช่างยนต์ นักเชื่อมเหล็ก และผู้เริ่มขับมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ปี 1980 ให้ข้อโต้แย้งว่า “หลายคนบอกว่า Harley-Davidson มีการควบคุมที่ด้อยกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ผมอยากรู้ว่าพวกเขาเปรียบเทียบกับอะไร และด้อยกว่าภายใต้สถานการณ์ไหน และถ้าจะพูดถึงเรื่องความเร็ว Harley-Davidson ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ประเภท Sport Bikes อีกเช่นกัน  โดยทั่วไปมอเตอร์ไซค์ Sport Bikes จะมีน้ำหนักเบากว่ามอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson แต่น้ำหนักที่เบากว่านี้ไม่ได้แปลว่าตัวรถจะมีการควบคุมที่เหนือกว่า เพราะจุดศูนย์ถ่วงของมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้จะอยู่ค่อนข้างสูง กลับกันมอเตอร์ไซค์ของ Harley-Davidson แม้จะมีน้ำหนักมาก แต่กลับมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ทำให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง สรุปใครที่บอกว่า Harley-Davidson เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ควบคุมยาก ผมขอค้านในจุดนี้ เพราะส่วนตัวผมเคยขับฮาเลย์เอาชนะเพื่อน ๆ มาแล้วในเส้นทางคดเคี้ยว แต่ถ้าเป็นทางตรงหรือในสนามแข่งล่ะก็ คงต้องยกให้มอเตอร์ไซค์กลุ่ม Sport Bikes ชนะไป

หวังว่าผู้อ่านจะได้แง่คิดติดตัวไปบ้างไม่มากก็น้อย จากความคิดเห็นของชาวต่างชาติทั้งสามที่มีประสบการณ์ขับขี่ Harley-Davidson มากมาย แต่ละคนพูดในมุมมองที่แตกต่างกัน การจะมองว่าฮาเลย์เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับง่ายหรือยากนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักส่วนสูงของคนขับ กลุ่มประเภทมอเตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่งสภาพแวดล้อมที่เราขับอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตามหากคุณมีความรักและ passion ในมอเตอร์ไซค์แบรนด์นี้แล้ว ความยากในการขับขี่คงไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลสักเท่าไร เพียงแต่ผู้ที่เพิ่งหัดขับมอเตอร์ไซค์จะต้องใช้เวลาปรับจูนมากกว่าผู้ที่มีประสบการณ์แล้วเท่านั้นเอง

แหล่งที่มา https://www.quora.com/Is-Harley-Davidson-difficult-to-ride

รูปภาพ https://www.riversideharley.com/models-overview/

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

การจากไปของ V-Rod และ Dyna เพื่อเป้าหมายใหม่ของฮาเลย์

ตระกูล Dyna คือโมเดลที่ Harley-Davidson ยกเลิกไปในปี 2018 และเปิดตัวตระกูล Softail ขึ้นมาแทน แฟนฮาเลย์หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และการมีโมเดลตระกูล Dyna บางรุ่นอยู่ในตระกูล Softail ก็ยิ่งทำให้งงมากกว่าเดิม ในบทความนี้เรามาดูกันว่า สาเหตุใดที่ทำให้ฮาเลย์ตัดสินใจบอกลาตระกูล Dyna ไปทั้ง ๆ ที่แฟนหลายคนก็ชื่นชอบโมเดลตระกูลนี้มากเหลือเกิน

ต้องเกริ่นก่อนว่าในปี 2016 ยอดขายของฮาเลย์ได้ตกลงมาก เป็นเหตุให้บริษัทเริ่มพัฒนาตระกูล Softail ออกมา ซึ่งเป็นกลุ่มมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักเบากว่า มีเครื่องยนต์ใหม่กว่า และมีการควบคุมที่เหนือกว่า เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นคนเมือง รวมถึงลูกค้าสุภาพสตรี

โดยทั่วไปตระกูล Softail จะเน้นความสะดวกสบายในการขับทางไกล มีดีไซน์สวยงามเหมือนกับครุยเซอร์แบบ hardtail ในยุคก่อน แต่ซ่อนโช๊คเดี่ยวไว้อยู่ใต้บังโคลนหลัง อีกทั้งแรงสั่นจากเครื่องยนต์ที่ส่งมาถึงผู้ขับจะน้อยกว่าตระกูล Dyna อีกด้วย ทำให้ผู้ขับหน้าใหม่กล้าที่จะลองขับฮาเลย์มากขึ้น

ส่วนตระกูล Dyna เปรียบเหมือนกับตระกูล Sportster ที่มีการอัพเกรด คือมีความสปอร์ตและความดิบเหมือนกัน แต่มีขนาดรถที่ใหญ่กว่า มีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและภาพลักษณ์ที่ดุดันกว่า โมเดลแรกของตระกูล Dyna คือ FXDB Sturgis ที่เปิดตัวในปี 1991

ตระกูล Dyna ยังมีความคล้ายกับกลุ่ม Super Glide ในยุค 70 และ 80 ที่มีฟีลแบบ retro ย้อนยุค และเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ อย่างมากในช่วงเวลานั้น ถือเป็นกลุ่มรถที่มีประวัติศาสตร์และคาแรคเตอร์แบบฉบับฮาเลย์ที่ชัดเจน และเป็นเสน่ห์ที่ตระกูลอื่นของฮาเลย์ไม่สามารถทดแทนได้

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ฮาเลย์ต้องยกเลิกการผลิตโมเดลตระกูล Dyna ไป คือกลยุทธ์ระยะยาวของ นายแมท เลวาติช CEO คนปัจจุบันของ Harley-Davidson ที่ตั้งเป้าว่าจะผลิตโมเดลใหม่ออกมาให้ได้ 100 คันภายใน 10 ปี และมีผู้ขับฮาเลย์หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านคนทั่วโลกภายใน 8 ปี โดยมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มใหม่อย่างวัยรุ่นคนเมืองรวมถึงลูกค้าสุภาพสตรีมากขึ้น บวกกับการที่โมเดลตระกูล Dyna ไม่สามารถรองรับเครื่องยนต์เจนใหม่อย่าง Milwaukee-Eight ได้ ก็ยิ่งทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ง่ายมากขึ้น

ตัวอย่างของโมเดลตระกูล Dyna จะมี FXDB Sturgis ในปี 1991, FXDB Daytona ในปี 1992, FXDL Dyna Low Rider และ FXDWG Dyna Wide Glide ในปี 1993 และ FXD Dyna Super Glide ในปี 1995 ส่วนรุ่นหลังๆ ที่ใช้โครงรถ Dyna แบบใหม่จะเป็น FXDBI Street Bob ในปี 2006 และ FXDF Fat Bob ในปี 2008 เป็นต้น

นอกจากตระกูล Dyna แล้ว อีกตระกูลของฮาเลย์ที่ถูกยกเลิกไปในปี 2018 ก็คือกลุ่ม V-Rod มอเตอร์ไซค์สปอร์ตสไตล์รถแข่ง พร้อมเครื่องยนต์ Revolution ระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2001

การเปิดตัวของ V-Rod เป็นการสลัดดีไซน์ย้อนยุคแบบเดิมๆ ออกไป และนำความโมเดิร์นทันสมัยเข้ามาแทน แต่ด้วยยอดขายที่ไม่ติดตลาดเท่าที่ควร บริษัทจึงได้ตัดสินใจยกเลิกโมเดลกลุ่มนี้ไป เพื่อเป็นการลดต้นทุนและจัดสรรตระกูลใหม่ในปี 2018 ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ฮาเลย์จะมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐมากถึง 50% คู่แข่งอย่าง Indian Motorcycle ก็เริ่มมาชิงส่วนแบ่งในตลาด โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นแล้ว  การสร้างตระกูล Softail เข้ามาแทนที่ Dyna และ V-Rod อาจจะดูเหมือนการพัฒนาทั่วไปในด้านวิศวกรรมยานยนต์ของฮาเลย์ แต่ในภาพกว้างกว่านั้น ฮาเลย์กำลังสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนขึ้นมาอยู่ต่างหาก และนี่ยังไม่รวมถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์สไตล์ Adventure ที่บริษัทเตรียมจะเปิดตัวในปีสองปีนี้

แหล่งที่มา

https://blog.deadbeatcustoms.com/2017/08/14/history-of-the-harley-davidson-dyna/?fbclid=IwAR15QMlSBLO87IXK3itq9Zdy7kvRK6NFERlRNzQKvLV7JuMkt3C1YDVT-Lk

http://www.thedrive.com/sheetmetal/13744/what-does-axing-the-dyna-lineup-mean-for-harley-davidson?fbclid=IwAR1FD0135Enz5KuG2CbL_Lgli35ylnSLLEZfTKoTckfPLQdx4iumhhBFBMc

https://www.fool.com/investing/2017/09/11/harley-davidson-killing-off-dyna-to-win-riders.aspx

 

รูปภาพ

https://www.hbharley.com/models-sitemap/dyna-line/?fbclid=IwAR27DQtOFEIh0Sk1B3H5wGf1IotHodjuIoRdUxbN9zrtXBQXsjZkFwbqpAA

https://www.mecum.com/lots/EJ0315-211443/1991-harley-davidson-fxdb-sturgis/?fbclid=IwAR1CSlSP91ALtajA50SeHvpkIqoY8P0LT_CKqrxZ6DYT4i9Ev5u0PuH7d6I

https://eatsleepride.com/c/8754/1971_harley-davidson_fx_super_glide?fbclid=IwAR0TvlCEYYSsRqV5rL5L4L2W9eoXGBlD9kQxkWRrvPAD8bUvDpaZb91L57A

https://www.mecum.com/lots/LV0118-323134/1992-harley-davidson-fxdb-daytona/?fbclid=IwAR14JSEgcAIo-a8vSrFQV0Uhj8sD8VAMwjKc1iz3dbypy3PILLaX0Vq9gd8

https://www.harley-davidson.com/us/en/motorcycles/future-vehicles/livewire.html?fbclid=IwAR13i2SWvCmTv7cC712_tEThXXiaC4DqbpvlzQauLRG7IOkQjZGj5ix_j6o

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley