CVO Street Glide 2019 นิยามของความเป็นทัวร์ริ่ง

ไม่น่าเชื่อว่าโมเดลไอคอนของฮาเลย์อย่าง Street Glide จะอยู่ในแวดวงมาแค่ 12 ปี ในปี 2006 ผู้ออกแบบมอเตอร์ไซค์ฮาเลย์ในตำนานอย่าง Willie G. Davidson ได้เริ่มวาดน้ำหมึกลงบนแผ่นผ้าใบ และสุดท้ายได้ถือกำเนิด Street Glide หนึ่งในโมเดลที่ทำยอดขายให้กับฮาเลย์ได้มากที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ ปัจจุบัน

มาจนถึงวันนี้ CVO Street Glide 2019 รุ่นล่าสุด ใช้เครื่อง Milwaukee-Eight 117 ซึ่งมีแรงบิด 125 ฟุตปอนด์ที่รอบ 3,500  ซึ่งแม้จะมีความจุกระบอกสูบอยู่มาก เครื่องดังกล่าวถือว่าตอบสนองต่อคันเร่งได้อย่างดี ทั้งที่รอบความเร็วสูงและรอบความเร็วต่ำ  ความสนุกในการขับ CVO Street Glide อยู่ที่การได้เปิดคันเร่งและสัมผัสกับความเร็วในเกียร์ต่าง ๆ ทั้ง 6 เกียร์  และไม่ว่าผู้ขับจะอยู่เกียร์ไหน เสียงดังกระหึ่มสไตล์ฮาเลย์จะเป็นเพื่อนคุณยามเดินทางไปทุกหนแห่ง ในที่แคบอย่างลานจอดรถ ผู้ขับสามารถจัดกระบวนท่าของตัวรถได้โดยใช้คลัตช์ช่วย

นอกจากเรื่องความจุกระบอกสูบที่มากกว่าเครื่อง Milwaukee-Eight 114 แล้ว วิศวกรของฮาเลย์ยังเลือกใช้เพลาลูกเบี้ยวแบบประสิทธิภาพสูง (high-performance camshaft) และวาล์วไอดีที่เปิดรับลมเข้ามาปริมาณมาก (high-airflow intake)  พวกเขายังเพิ่มอัตรากำลังอัดไปที่ 10.2:1 อีกด้วย  ปัจจัยทั้งหมดนี้ช่วยขับแรงบิดของ CVO Street Glide 2019 ให้เพิ่มขึ้นถึง 12 ฟุตปอนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับจะรู้สึกได้เวลาขับ เครื่อง Milwaukee-Eight 117 มีจุดเด่นที่แถบสีแดง Blaze Red บริเวณตัวเครื่อง

ด้วยน้ำหนักถึง 877 ปอนด์ CVO Street Glide 2019 ดูเหมือนจะไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ที่คล่องแคล่ว แต่จริง ๆ แล้วมันสามารถพิชิตเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างราบรื่นและเกาะถนนได้อย่างแน่นหนึบ โดยต้องขอบคุณระยะฐานล้อ 64 นิ้ว กับมุม rake ที่กว้างขวาง  การบังคับตัวรถไปในทิศทางที่ต้องการจะอาศัยแรงของผู้ขับเล็กน้อย  มันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับง่าย ซึ่งแม้แต่ผู้ขับมือใหม่ กลุ่มสุภาพสตรี หรือผู้ขับที่เพิ่งมี Harley-Davidson เป็นของตัวเองคันแรก ก็สามารถขับได้

ระบบกันสะเทือนของ CVO Street Glide 2019 ถือว่าค่อนข้างไฮโซ  โช๊คหน้า Showa Dual Bending Valve 49mm ดูดซับแรงกระแทกเกือบทุกชนิด ส่วนโช๊คหลังคู่สามารถปรับสปริงพรีโหลดได้  โดยรวมระบบกันสะเทือนถือว่าทำหน้าที่ได้ดี แม้แรงกระแทกจากถนนขรุขระจะส่งมาถึงผู้ขับได้บ้างก็ตาม  ในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ตัวรถมีอาการสะบัดเล็กน้อยเมื่อเอนตัวจนสุดแก้มยาง แต่ด้วยการแตะเบรกหลังเพียงเบาๆ ตัวรถก็สามารถกลับคืนสู่สมดุลเหมือนเดิม

เบาะนั่งของ CVO Street Glide 2019 ถือว่าไม่สูงมาก อยู่ที่ 27.4 นิ้ว แฮนด์แบบ Riser จะจัดให้ท่านั่งคนขับอยู่ในตำแหน่ง neutral ส่วนพักเท้าก็กว้างเหลือเฟือ ให้ขยับเท้าคลายเมื่อยได้เวลาขับทางไกล  เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight ถือว่ามีขนาดแคบกว่าเครื่อง Twin Cam จึงทำให้ Street Glide มีสัดส่วนที่แคบลงตามไปด้วย อย่างไรก็ดีมันยังเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ตามสไตล์รถทัวร์ริ่งของฮาเลย์  ผู้ขับส่วนใหญ่จะขาแตะพื้นได้อย่างสบาย โดยเฉพาะคนที่สูง 175 ขึ้นไป

ระบบเบรกประกอบด้วยคาลิปเปอร์คู่ 4 พอต บนจานเบรกคู่ 300mm ที่ล้อหน้า ส่วนล้อหลังมีจานเบรกเดี่ยว 300mm การบีบคันเบรกให้ความรู้สึกแบบค่อยเป็นค่อยไปและกระชับ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของรถไซส์ใหญ่แบบนี้  เบรกเท้าสำหรับล้อหลังถือว่ามีประสิทธิภาพ แต่องศาในการเหยียบอาจจะชันไปสักนิด และแน่นอนรถทัวร์ริ่งของฮาเลย์ทุกคันจะมีระบบเบรกร่วมและ ABS แบบปรับไม่ได้

ผู้ขับสามารถพกสัมภาระเสื้อผ้าไปได้อย่างมากสำหรับการเดินทางไกลแบบข้ามจังหวัด เนื่องจาก CVO Street Glide 2019 มีความจุกระเป๋าข้างมากถึง 68 ลิตร และมีดีไซน์การเปิดที่ง่ายด้วยการแตะนิ้วเพียงครั้งเดียว  กระเป๋าข้างสามารถถอดออกได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยอีกด้วย

ระบบ Boom! Box GTS infotainment ในปีนี้มีการอัพเดทซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยกับโลก social ปัจจุบันมากขึ้น โดยจะเป็นจอ touchscreen ให้เราลากนิ้ว ขยับขยาย เหมือนที่เราเล่นในโทรศัพท์ smartphone และแม้ผู้ขับจะใส่ถุงมือก็ไม่มีปัญหา เพราะเป็นหน้าจอวัสดุพิเศษจาก Gorilla Glass  ระบบ Boom! Box GTS infotainment นี้ถือว่ามีการประมวลผลเร็วกว่าเวอร์ชันก่อน และใช้เวลาเปิดใช้งานเพียง 10 วินาที

ทั้งนี้ผู้ขับจะสามารถเลือกควบคุมจากหน้าจอโดยตรง หรือใช้ปุ่มต่าง ๆ บริเวณแฮนด์ก็ได้  แฟริ่งของตัวรถที่ยึดติดกับกระบอกโช๊คหน้า ช่วยจัดให้หน้าจอ Boom! Box GTS infotainment อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมถึงได้ ซึ่งสะดวกกว่าเมื่อเทียบกับหน้าจอที่ต้องเอื้อมไปไกลกว่า ในทัวร์ริ่งอีกรุ่นอย่าง Road Glide

ผู้ขับสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ smartphone กับตัวมอเตอร์ไซค์ได้ เพื่อใช้งานฟังก์ชันการคุยโทรศัพท์ แชทตอบข้อความ ดูแผนที่ (สามารถวางแผนเส้นทางบนมือถือ และส่งเข้าระบบในตัวรถได้) เล่นเพลงบนมือถือ และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกหนึ่งการอัพเดทที่ดีงามสำหรับระบบนี้คือมีระบบคอยบอกปริมาตรลมยาง ซึ่งถือว่าสะดวกอย่างมาก

ส่วนระบบเสียง CVO Street Glide 2019 มีลำโพง 6 เครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณฝากระเป๋าข้าง 1 คู่ กันล้ม 1 คู่ และแถวหน้าจออีก 1 คู่  มากไปกว่านั้นยังมีแอมป์ขยายเสียง 3 เครื่อง ช่วยมอบประสบการณ์การรับฟังเสียง surround แบบเหนือระดับ แม้กระทั่งขณะขับอยู่บนทางหลวงที่เสียงดัง

ต้องถือว่านักออกแบบโมเดล CVO ทั้งหลายของฮาเลย์ ทำผลงานออกมาได้อย่างสง่างาม  สีที่เลือกใช้ใน CVO Street Glide 2019 (มีให้เลือกด้วยกันสามสี) ถือว่าแจ่มจรัสและเป็นงานละเอียดไม่แพ้มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไหนทั้งนั้น  หนึ่งสิ่งที่ฮาเลย์ทำได้ดี คือการผลิตมอเตอร์ไซค์ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ออกมา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่คุณจะได้รับอย่างแน่นอน ขณะขับอยู่บน CVO Street Glide 2019 คันนี้

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

แหล่งข้อมูล https://ultimatemotorcycling.com/2018/09/06/2019-harley-davidson-cvo-street-glide-review-14-fast-facts/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley