Harley-Davidson 1930-1940 ฝ่าวิกฤต The Great Depression

ในปี 1929 เกิดวิกฤตทางการเงินขึ้นในสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า The Wall Street Crash ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ที่ส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก

ช่วงปี 1930-1940 จึงเป็นเวลาที่ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์รายใหญ่ต้องเผชิญกับความท้าทาย คู่แข่งรายสำคัญของ Harley-Davidson อย่าง Excelsor-Henderson ถึงกับต้องยุติการผลิตสินค้าลงในปี 1931 ส่วนยอดผลิตของฮาเลย์ตกลงเหลือเพียง 4,000 คันในปี 1933 น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 1910

ชายหนุ่มประกาศขายรถในราขาเพียงประมาณ 3,000 บาทเนื่องจากเสียเงินทั้งหมดไปในตลาดหุ้นจากเหตุการณ์ The Wall Street Crash

อย่างไรก็ตาม Harley-Davidson ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้มาได้โดยไม่เจ็บตัวมากนั้น เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบคือเนื่องจาก Harley-Davidson เป็นบริษัทที่ วิลเลียมส์ ฮาเลย์ และสามพี่น้องตระกูลเดวิดสัน เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว (ธุรกิจของครอบครัว) พวกเขาจึงไม่ต้องเสียเวลาในการพูดคุยอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้ถือหุ้นคนใด สิ่งที่ต้องทำจึงเหลือเพียงการฮึดสู้ โฟกัสกับงานของตัวเอง และอดทนรอเวลาเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น

วิกฤต The Great Depression ยังส่งผลไปถึงวงการรถแข่งมอเตอร์ไซค์ ช่วงนั้นผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ต่างไม่มีเงินทุนในการผลิตรถแข่งสำหรับการแข่งขันประเภท Class A ที่กำหนดว่ามอเตอร์ไซค์ต้องเป็นประเภท 8 วาล์ว ระบบ overhead camshaft และใช้เครื่องยนต์ flathead ที่ปรับจูนมาพิเศษ เท่านั้น

ในปี 1934 จึงมีประเภทการแข่งรถแบบ Class C ขึ้นมา ซึ่งต้องการมอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์ side-valve ขนาด 750 cc และเครื่องยนต์แบบ 500cc ระบบวาล์วเหนือสูบ (overhead valve) เพียงเท่านั้น  จึงทำให้สนามการแข่งขันเปิดกว้างสำหรับคนทั่วไปมากขึ้น และรถแข่งต่าง ๆ ก็เริ่มถูกผลิตออกมาจากโรงงาน ไม่ได้สั่งทำพิเศษเป็นคัน ๆ อย่างที่เคยเป็นมา

การแข่งขันประเภท Class C ได้รับความนิยมอย่างมาก และต่อมาได้กลายเป็นประเภทการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในสหรัฐอเมริกา

แม้ความยากลำบากจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะยังคงอยู่ ช่วงปี 1930s ยังมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น นั่นก็คือเทรนด์ศิลปะทั่วโลกที่เรียกว่า อลังการศิลป์” (The Art Deco movement) เทรนด์ศิลปะดังกล่าวส่งผลให้ Harley-Davidson เลิกใช้โทนสีเขียวแบบเดิม ๆ ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1917 แล้วหันไปใช้สีโทนอื่นแทน เห็นได้จากโมเดล 61E Knucklehead ที่เปิดตัวมาในปี 1936 ที่ใช้สีแดงเข้มและมีสไตล์ที่ต่างไปจากเดิม

Harley-Davidson 61EL Knucklehead 1936

ในช่วงกลางยุค 1930s ภาวะเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่สถานการณ์ของ Harley-Davidson ยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไรนัก การเปิดตัวโมเดล 61E Knucklehead มาในช่วงนั้นจึงมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร  โมเดล 61E Knucklehead มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ระบบล่อลื่นแบบ recirculating lubrication system ระบบเกียร์ 4 สปีด วาล์วเหนือสูบ และห้องเผาไหม้แบบ hemispherical combustion chamber

61E Knucklehead ถือเป็นโมเดลรุ่นปู่ของฮาเลย์หลาย ๆ โมเดลในทุกวันนี้ ซึ่งอิทธิพลของมันไม่ได้มีแค่ในเรื่องกลไกการทำงานของเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) ซึ่งช่วยให้ตัวรถวิ่งได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ช่วงปี 1930s ถือเป็นยุคของการผลิตมอเตอร์ไซค์ให้ลู่ลม (streamlining) และเจ้า 61E ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของฮาเลย์ในการพัฒนาในจุดนี้ นับเป็นโมเดลต้นแบบให้กับโมเดลรุ่นหลัง ๆ ที่ทำความเร็วได้อย่างเร้าใจ

ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 Harley-Davidson ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่หายใจเข้าออกปรอดโปร่ง บริษัทมีไลน์สินค้าที่มั่นคง มีภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดี มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายมากมาย มีสถานะทางการเงินที่มั่นคงปลอดภัย และที่สำคัญได้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจล้มละลายที่เลวร้ายที่สุดมาได้ ในบทความต่อไป เราจะพูดถึง Harley-Davidson ในช่วง 1940-1950 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามอ่านกันต่อไป

แหล่งข้อมูล : หนังสือ Ultimate Harley Davidson โดย Hugo Wilson

รูปภาพ

https://www.citeco.fr/10000-years-history-economics/industrial-revolutions/stock-market-crash-on-wall-street-and-start-of-the-1930s-crisis

https://thevintagent.com/2018/03/01/class-c-racing-in-california-1935/

https://uncommonmotors.com/1936-harley-davidson-el-knucklehead/

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley