ก่อนจะตายจากตลาด ใครช่วย Harley-Davidson ไว้ในปี 1982

ก่อนจะตายจากตลาด ใครช่วย Harley-Davidson ไว้ในปี 1982

Harley-Davidson XLH1000

ในปี 1980 สถานการณ์ของ Harley-Davidson อยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากมอเตอร์ไซค์แบรนด์ญี่ปุ่นกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในสหรัฐอเมริกา ลูกค้าเริ่มเกิดการเปรียบเทียบว่าทำไมมอเตอร์ไซค์ของฮาเลย์ ไม่มีสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ ที่แบรนด์ญี่ปุ่นมี

นอกจากนี้ยังมีการออกกฎหมายควบคุมเสียงและมลพิษ ทำให้ศักยภาพเครื่องยนต์ของฮาเลย์ต้องโดนตัดทอนไปอีก ปัจจัยต่าง ๆ เริ่มส่งผลเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อลูกค้ากลุ่มตำรวจที่นิยมใช้มอเตอร์ไซค์ฮาเลย์มาตั้งแต่ปี 1907 ตัดสินใจหันไปใช้มอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่น

สิ่งที่ Haley-Davidson ต้องการ ณ ตอนนั้นคือเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพและความมั่นคงมากกว่าเดิม แต่ยังต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นอเมริกันด้วย

Harley-Davidson FLT Tour Glide 1980

Harley-Davidson เริ่มแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเปิดตัวโมเดลทัวร์ริ่ง FLT Tour Glide 1980 ออกมา มีการใช้เฟรมรถแบบใหม่ เครื่องยนต์ถูกจัดวางในตำแหน่งที่เปลี่ยนไป ตัวรถมีแรงสั่นสะเทือนขณะขับน้อยลง มีแฟริ่งแบบยึดติดเข้ากับเฟรม อีกทั้งยังเป็นการใช้ระบบเกียร์ 5 สปีดเป็นครั้งแรก  

อย่างไรก็ตาม FLT Tour Glide แก้ไขสถานการณ์ของฮาเลย์ได้ในระดับผิวเผินเท่านั้น ปัญหาของฮาเลย์ต้องแก้ลงลึกไปกว่านั้น

จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี 1981 เมื่อผู้บริหารของฮาเลย์ทั้ง 13 คน รวมถึง Willie G. Davidson ตัดสินใจซื้อบริษัทกลับมาจาก AMF ทำให้พวกเขามีอิสระภาพในการบริหารแบรนด์ที่ตัวเองรักอีกครั้ง และนับเป็นจุดเริ่มต้นของฮาเลย์ยุคใหม่ก็ว่าได้

หลังจากซื้อบริษัทกลับมา ฮาเลย์มีการนำเทคนิคการผลิตแบบ mateirals-as-needed production มาใช้ คือการเตรียมอะไหล่อุปกรณ์ที่จำเป็นไว้เท่านั้น ก่อนการผลิต ตรงข้ามกับการตุนของไว้เยอะ ๆ ทำให้อุปกรณ์เสียหายและเปลืองเนื้อที่โรงงาน นอกจากนี้ยังมีการเชคคุณภาพสินค้าที่เข้มงวดขึ้นเป็นเท่าตัว และมีกาผลิตโมเดลใหม่ ๆ ออกมามากขึ้น

การเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการผลิตอย่างเดียว แน่นอนไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ในตลาดเอาชนะคู่แข่งจากแดนปลาดิบได้ Harley-Davidson ได้รับความช่วยเหลือจากประธานธิบดี โรนัลด์ เรแกน ในการออกภาษีนำเข้ามอเตอร์ไซค์แบรนด์ญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนมอเตอร์ไซค์แบรนด์ประเทศตัวเองเติบโตในตลาดได้อย่างคล่องตัวขึ้น    

นี่คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่สำคัญ ที่จะพา Harley-Davidson ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในตลาดอเมริกา และต่อไปในตลาดโลก ในบทความหน้าเรามาดูกันว่า Harley-Davidson จะก้าวข้ามอิทธิพลของมอเตอร์ไซค์แบรนด์ญี่ปุ่น แล้วกลับมาครองใจชาวอเมริกันได้อย่างไร

 

ความรู้เพิ่มเติม

โมเดลที่เปิดตัวในช่วง 1980s

1984 XR1000

เป็นโมเดลที่ต่อยอดมาจากรถแข่งสนามดิน XR750 โดยเน้นไปที่การวิ่งบนถนนในเมืองแทน มีการติด alloy head และ twin Dell’Orto carburetors จากโมเดล XR750 เข้าไปในส่วนท้องของเครื่องยนต์ และใช้แชสซีแบบ XLX ทำให้ตัวรถมีความแรงขึ้นอีก 10% เมื่อเทียบกับ Sportster ทั่วไป แม้ XR1000 จะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันมันกลายเป็นของสะสมชนิดแรไอเทม ที่แฟนฮาเลย์ใฝ่ฝันจะครอบครอง

1987 XLH883

XLH883 ใช้เครื่องยนต์ Evolution 883cc มีดีไซน์และเสียงเครื่องยนค์เหมือนกับ Sportster รุ่นก่อน แต่มีสมรรถนะที่มั่นคงและราคาย่อมเยากว่า หลังจาก XLH883 เปิดตัวไม่นานก็มีรุ่น 1100cc และ 1200cc ตามมา รวมถึงการใช้ระบบส่งกำลังแบบสายพาน และระบบเกียร์ 5 สปีด ราคาที่เข้าถึงได้ทำให้ XLH 883 ได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มคนที่อยากลองขับมอเตอร์ไซค์ในตำนานอย่าง Harley-Davidson สักครั้งในชีวิต

 

แหล่งข้อมูล หนังสือ The Ultimate Harley-Davidson New Edition โดย Hugo Wilson

รูปภาพ http://www.motorcyclesdetails.info/Harley-Davidson_XLH_1000_Sportster_1979.html

https://www.chopperexchange.com/For-Sale/Harley-Davidson/Tour_Glide/189002

https://fortune.com/2018/06/26/harley-davidson-moving-production-overseas/

https://www.mecum.com/lots/SC0511-107739/1984-harley-davidson-xr-1000/

https://www.pinterest.com/pin/327144360412470268/?lp=true

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley