เลือกมอเตอร์ไซค์ที่ขับแล้วรู้สึกใช่ ไม่จำเป็นต้องดีสุด สาเหตุที่ Harley-Davidson กลับมารุ่งเรืองในปี 80s

เลือกมอเตอร์ไซค์ที่ขับแล้วรู้สึกใช่ ไม่จำเป็นต้องดีสุด สาเหตุที่ Harley-Davidson กลับมารุ่งเรืองในปี 80s

ใครที่ติดตามอ่านบาทความของเราในช่วงเดือนที่ผ่านมา จะทราบดีกว่า Harley-Davidson ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเรื่อยมา แต่ฟ้าหลังฝนย่อมมีเสมอ เมื่อเข้าสู่ปี 1981 ประธานาธิบดีสหรัฐ โรนัลด์ เรแกน ได้ปลุกกระแสนิยมรักชาติขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในสัญลักษณ์ตัวแทนของชาติอเมริกา ก็คือบริษัทที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานอย่าง Harley-Davidson นั่นเอง

จากเดิมที่ผู้คนต่างแสวงหามอเตอร์ไซค์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จบ เพื่อเอามาอวดกัน ได้เปลี่ยนเป็นการแสวงหามอเตอร์ไซค์ที่ขับแล้วรู้สึกดี รู้สึกใช่แทน โดยไม่จำเป็นต้องทำความเร็วได้สูงสุดเสมอไป

Harley-Davidson ที่ตอนนั้นเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 75 ปี มีความขลังด้วยดีไซน์ที่เหมือนย้อนเวลากลับไปในยุค 50s ได้ตอบโจทย์กระแสนิยมความรักชาติของผู้คนในสหรัฐอเมริกาเข้าอย่างจัง  

มอเตอร์ไซค์แบรนด์ญี่ปุ่นที่เข้ามาครองตลาดอยู่พักใหญ่ จึงเริ่มอ่อนกำลังลง และเริ่มทำการลอกเลียนแบบดีไซน์ของมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson แต่จะให้ลอกยังไงก็ยังขาดเสน่ห์และมนต์ขลังแบบที่ฮาเลย์แท้ ๆ มี   

ในที่สุด ในปี 1986 Harley-Davidson สามารถแซง ฮอนดา กลับขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดได้ เป็นอันดับหนึ่งของอเมริกาอีกครั้ง

หากจะเปรียบยุคที่ AMF เข้ามาบริหารบริษัทเป็นยุคมืด และยุค 80s ที่ William G. Davidson ซื้อบริษัทกลับมาบริหารอีกครั้ง เป็นยุคสว่างก็คงไม่ผิด แต่การฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ จนกลับมารุ่งเรืองได้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หนึ่งในกุญแจสำคัญคือความต่อเนื่อง ความเชื่อ และความรักในแบรนด์ของตัวเอง  ตลอดเวลากว่า 80 ปีที่ Harley-Davidson ต้องเผชิญปัญหามาตลอด หากถอดใจไปช่วงไหนเพียงช่วงเดียว ฟ้าหลังฝนก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ 

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ชุบชีวิต Harley-Davidson ให้กลับขึ้นมาก็คือการพัฒนาเครื่องยนต์ Evolution ออกมาในปี 1986 ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Shovelhead แต่มีพละกำลังเหนือกว่า มีเสียงเงียบกว่า ช่วยให้ตัวรถวิ่งมั่นคงกว่า และที่สำคัญมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ที่สร้างความแตกต่างให้กับวงการและลูกค้า Harley-Davidson อย่างมาก กลุ่มลูกค้าตำรวจที่หันไปใช้แบรนด์อื่นก่อนหน้านี้ ถึงกับตัดสินใจกลับมาขับ Harley-Davidson อีกครั้ง

เมื่อเริ่มเข้ายุคใหม่ที่สดใสกว่าเดิม Harley-Davidson ยังได้พัฒนาในเรื่องการคิดค้นผลิตโมเดลใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง มีการดูเรื่อง QC ที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงดีไซน์ของสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากขึ้น ฮาเลย์รู้ดีกว่าสิ่งที่ลูกค้ามองหา ไม่ใช้สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไร้เทียมทาน แต่คือ ประวัติศาสตร์ มนต์ขลัง และเอกลักษณ์ เลือดเนื้อชาวอเมริกัน ที่ซ่อนอยู่ในมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งต่างหาก 

Harley-Davidson ได้รักษาแนวคิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ตั้งแต่ช่วง 80s ไปจนถึง 90s และในปี 2000s มีการเปิดตัวตระกูล V-Rod อันทรงพลังและมีดีไซน์โมเดิร์นออกมา 

Harley-Davidson ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า อุปสรรคและปัญหาย่อมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน และความเชื่อในคุณค่าที่ตัวเองมี แม้บางช่วงจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ไม่เห็นหนทาง คือกุญแจสำคัญในการกลับมาประสบความสำเร็จได้ 

 

แหล่งที่มา หนังสือ Ultimate Harley-Davidson New Edition โดย Hugo Wilson

รูปภาพ https://www.newsweek.com/republican-quits-trump-reagan-putin-1074445

https://www.harley-davidson.com/us/en/about-us/hd-news/2017/mission-thank-you-rolls-on.html

https://portraitsinchrome.com/harley-davidson-art-motorcycle-prints/

https://www.motor1.com/photo/1502972/1984-harley-davidson-evolution-engine/

 

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley