โมเดลไหนของ Harley-Davidson ที่ได้รับฉายาว่า “Peashooter”

โมเดลไหนของ Harley-Davidson ที่ได้รับฉายาว่า “Peashooter”

1926 Model B

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ Harley-Davidson พยายามเจาะตลาดมอเตอร์ไซค์ class เล็ก โดยการเปิดตัวโมเดลกระบอกสูบเดี่ยว ที่มี 4 เวอร์ชันด้วยกัน คือ โมเดล A, B, AA และ BA ซึ่งแม้แต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แต่ทุกคันล้วนออกแบบมาเพื่อ ลูกค้าที่มีงบจำกัด โดยวันนี้เราจะมาพูดถึง Model B ในปี 1926 กัน

ดีไซน์ของ 1926 Model B ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดล Prince ของมอเตอร์ไซค์แบรนด์ Indian ซึ่งมีการผสมกลิ่นอายความเป็น British แบบ old-school เข้าไป เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งแบบวาล์วข้างสูบ (side-valve) และแบบวาล์วเหนือสูบ (overhead-valve) ซึ่งมีความจุเครื่องยนต์อยู่ที่ 21 ลูกบาศก์นิ้ว หรือ 346cc ตัวรถใช้ระบบเกียร์ 3 สปีด ระบบโซ่ส่งกำลัง มีน้ำหนักรวม 119 กก. และทำความเร็วสูงสุดได้ 97 กม/ชม

มากันที่องค์ประกอบ Model B มีทั้งไฟท้ายและไฟหน้า แต่ถ้าลูกค้าอยากประหยัดงบขึ้นอีก ก็สามารถเลือก Model A ที่ตัดไฟท้ายไฟหน้าออกไป เบาะนั่งของ Model B มีลักษณะคล้ายของรถจักรยาน มีการติดตั้งแบบ telescopic sprung mounting เข้าไปเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย บอดี้ใช้สี Olive Green ตัดกับสีแดงโทน Maroon อย่างสวยงาม ซึ่ง Olive Green เป็นสีมาตรฐานที่ฮาเลย์ใช้จนถึงปี 1933

ด้านข้างตัวรถ ฝั่งขวา มีคันเหยียบเบรกหลัง (Model B ไม่มีเบรกหน้า) ส่วนด้านซ้ายเป็นคันเหยียบคลัทช์ ส่วนแฮนด์บาร์ที่ให้เป็นแบบ standard แต่สามารถเลือกเป็นแฮนด์บาร์แบบ speedster ได้

จริง ๆ แล้ว Harley-Davidson ตั้งใจผลิตโมเดล class เล็กเหล่านี้มาเพื่อตลาดส่งออกเป็นหลัก แต่หลังจากเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้ประเทศอังกฤษทำการเพิ่มภาษีนำเข้า อีกทั้งสภาพตลาดในยุโรปก็ทรุดตัวลง ทำให้โมเดล class เล็กเหล่านี้ถูกผลิตจนถึงปี 1929 เพียงเท่านั้น ส่วนที่ผลิตออกมาเกิน ก็จะวางขายภายในประเทศ (สหรัฐอเมริกา) ต่อไป

 

1926 Model S Racer

Model S Racer คือโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งมอเตอร์ไซค์ในสนามประเภท Dirt Track Racing หรือสนามดิน โมเดลนี้เป็นการต่อยอดมาจากกลุ่มโมเดล A, B, AA และ BA ที่ใช้วิ่งบนท้องถนน โดยมีการตัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป ไม่ว่าจะเป็นสปริงโช๊คหน้า สปริงใต้เบาะนั่ง เบรก และระบบเกียร์ เพื่อทำให้ตัวรถวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ต้องแลกมากับความสะดวกสบายที่ลดลง Model S Racer ถือเป็นโมเดลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ฮาเลย์ได้อย่างมาก จากการกวาดรางวัลมากมายในสนามแข่ง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่นประเทศอังกฤษ และประเทศออสเตรเลีย

เครื่องยนต์ของ Model S Racer จะเหมือนกับของ Model B คือเป็นแบบวาล์วเหนือสูบ สูบเดียว ความจุเครื่องยนต์ 21 ลูกบาศก์นิ้ว หรือ 364cc ความแตกต่างของทั้งสองโมเดลอยู่ที่น้ำหนักตัวรถและการทำความเร็วสูงสุด โดย Model S Racer จะมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 109 กก. และทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 113 กม/ชม ส่วน Model มีน้ำหนักอยู่ที่ 119 กก. และทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่เพียง 97 กม/ชม

นอกจากนี้ เนื่องจาก Model S Racer เป็นมอเตอร์ไซค์แข่งสนามดิน จึงต้องใช้หน้ายางแบบเฉพาะที่ช่วยให้ตัวรถเกาะพื้นสนามมากขึ้น ตะเกียบหน้าต้องเป็นแบบผอมๆ แฮนด์บาร์ต้องดรอปลงมาเพื่อเสริมท่านั่งแบบมอเตอร์ไซค์แข่ง ถังน้ำมัน บังโคลนทั้งหน้าและหลัง ต้องตัดให้สั้นเพื่อลดน้ำหนักตัวรถ เฟรมรถต้องใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา

และด้วยองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบนี้เอง ที่ช่วยให้ Model S Racer กวาดถ้วยรางวัลจากสนามดินทั้งหมด 13 รายการด้วยกัน ในยุคนั้น และได้ชื่อเล่นว่า “Peashooter” โดยมีนักแข่งในตำนานอย่าง Joe Petrali เป็นคนขับ

ในบทความหน้า เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับโมเดลประเภท Hill Climber รวมถึงโมเดลที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ Harley-Davidson กัน

 

 

แหล่งข้อมูล Ultimate Harley-Davidson New Edition โดย Hugo Wilson

รูปภาพ

https://www.amazon.com/Davidson-Restored-Mousepad-Computer-Supplies/dp/B07GT7631H

http://toliveonthewind.blogspot.com/2013/07/harley-davidson-1926-model-s-racer.html

 

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley