Harley-Davidson ในยุค AMF ERA

ในปี 1969 มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น เทศกาลดนตรี Woodstock ที่เมือง New York  การขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ครั้งแรกโดยชาวอเมริกัน และการเข้ายึดกิจการมอเตอร์ไซค์ชื่อดังอย่าง Harley-Davidson โดย บริษัท American Machine and Foundry หรือ AMF

ในปี 1969 สถานภาพทางการเงินที่ย่ำแย่ของ Harley-Davidson ส่งผลให้บริษัทต้องยอมขายกิจการให้กับ บริษัท American Machine and Foundry หรือ AMF ซึ่งเดิมทีทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์โบว์ลิ่งเป็นหลัก  บริษัท AMF ได้เข้ามาดำเนินกิจการ Harley-Davidson เป็นระยะเวลาประมาณ 12 ปี โดยระหว่างช่วงเวลานี้ ก็มีทั้งกลุ่มแฟนฮาเลย์ที่ชื่นชอบ และกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆ กับการให้บริษัทโบว์ลิ่งเข้ามาดูแลกิจการมอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิกอย่าง Harley-Davidson

AMF เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในธุรกิจโบว์ลิ่ง และอุปกรณ์สันทนาการต่าง ๆ

ในช่วงที่ฮาเลย์อยู่ภายใต้การบริหารของ AMF ก็มีผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน หรือ อิตาลี ที่ได้รับความนิยมในตลาดเช่นกัน  บริษัทเหล่านี้ได้หันมาผลิตมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมทีที่ผลิตแต่มอเตอร์ไซค์ไซส์เล็กเพียงอย่างเดียว

โมเดลที่เป็นคู่แข่งฮาเลย์ตัวยงในช่วงนั้นจะมี Honda 750, Yamaha 650, Triumph 650 และ Kawasaki Mach III  โดยเฉพาะ Honda 750 ที่ผู้คนมักนิยมนำไปแต่งเป็นมอเตอร์ไซค์แนว Chopper

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แน่นอนย่อมมีกลุ่มลูกค้าฮาเลย์ ที่เริ่มไม่พอใจหรือเป็นห่วงในเรื่องทักษะของช่าง และเสถียรภาพของตัวรถ ภายใต้การบริหารของ AMF โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มองว่า Harley-Davidson หลังจากที่ AMF เข้ามาบริหาร นั้นมีคุณภาพและภาพลักษณ์ที่ด้อยลง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โปสเตอร์โฆษณาในอดีตของโมเดล Aermacchi 350 / Harley-Davidson

อย่างไรก็ดี AMF ได้ดำเนินกิจการสานต่อการผลิตมอเตอร์ไซค์คันเล็กของ Harley-Davidson อย่าง Aermacchi ซึ่งเดิมทีถูกผลิตโดยบริษัทสัญชาติอิตาลี แต่ถูกออกแบบใหม่และรีแบรนด์ให้เป็นของฮาเลย์  โมเดล Aermacchi ถูกผลิตจนถึงปี 1978 ก่อนที่ AMF จะขายสินค้าให้กับผู้ผลิตสัญชาติอิตาลีอย่าง Cagiva

ในยุค AMF มอเตอร์ไซค์โมเดล 65 cc M-65, 100 cc Baja และ 125 cc Rapido ของฮาเลย์ ได้ถูกผลิตจนถึงปี 1972 ส่วนโมเดล 250 cc Sprint ที่มีการผลิตอยู่ตลอดในช่วงปี 60 ได้ถูกเปิดตัวใหม่เป็นโมเดล 350 cc SX-350 ในปี 1971

โฆษณารถกอล์ฟ Harley-Davidson

นอกจากนี้ บริษัท AMF ยังสานต่อผลิตรถกอล์ฟสามล้อและสี่ล้อของ Harley-Davidson ตลอดช่วงเวลาที่เข้ามาบริหารอีกด้วย

Harley-Davidson’s 1200cc Super Glide FX.

ในปี 1971 Harley-Davidson (ภายใต้การบริหารของ AMF) มีการเปิดตัว FX 1200 Super Glide ที่เป็นมอเตอร์ไซค์ คัสตอม ครุยเซอร์ คันแรกออกมา โดยจะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฮบริดในกลุ่ม Sportster ที่ใช้เครื่องยนต์ Big Twin  ซึ่งโมเดล Super Glide คันนี้และรุ่นหลังๆ ได้รับกระแสนิยมอย่างมาก แม้ยอดขายในช่วงแรกๆ จะติดขัดบ้างเล็กน้อย

ใช่แล้วครับ Harley-Davidson ในยุค AMF ยังมีรถสำหรับวิ่งบนหิมะอีกด้วย

ระหว่างปี 1971 ถึง 1975 Harley-Davidson มีการผลิตรถสำหรับวิ่งบนหิมะออกมา และมีการเปิดโรงงานผลิตใหม่ในเมือง York รัฐ Pennsylvania ในปี 1973 ถือเป็นก้าวสำคัญในยุค AMF

ในการฉลองครบรอบ 200 ปีของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1976 Harley-Davidson ในยุค AMF ยังมีการผลิตโมเดลรุ่น Bicentennial Liberty Edition ออกมาด้วย ซึ่งจะมีสติกเกอร์ที่ระลึกติดบนตัวรถเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยดีไซน์ของตัวรถเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าและนักรีวิวมอเตอร์ไซค์มากมาย

Harley-Davidson Confederate Edition เป็นโมเดลที่ถูกผลิตออกมาเพียง 650 คันเท่านั้น

ในปี 1977 หลังจากการฉลองครบรอบ 200 ปีของประเทศสหรัฐอเมริกา Harley-Davidson มีการผลิตรุ่น Confederate Edition ออกมา ซึ่งถือเป็นโมเดลที่เป็นประเด็นอย่างมาก และมีการผลิตออกมาน้อยที่สุด  ฮาเลย์ Confederate Edition จะมีทั้งในกลุ่ม Sportster, Electra Glide และ Super Glide โดยบอดี้จะเป็นสีเงิน และมีตราสัญลักษณ์ธงสมาพันธรัฐ เป็นจุดเด่น  ซึ่งธงสมาพันธรัฐนี้เองที่ทำให้รุ่น Confederate Edition เป็นประเด็น เนื่องจากมีความหมายในเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ และสงครามกลางเมือง  เหตุนี้ทำให้ฮาเลย์ Confederate Edition ถูกผลิตออกมาเพียง 650 คัน และต้องยุติการผลิตลงในปีนั้น

Harley-Davidson XLCR-1000 1977

ในปี 1977 Harley-Davidson ภายใต้การบริหารของ AMF มีการเปิดตัวโมเดล XLCR ออกมา ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ประเภท Café Racer เครื่อง 1000 cc  ถือเป็นโมเดลยอดนิยมสำหรับนักสะสมในยุคปัจจุบัน แต่หากย้อนกลับไปเมื่อปีเปิดตัว XLCR ได้รับกระแสนิยมที่ไม่ดีเท่าไร และได้ถูกยกเลิกผลิตไปในระยะเวลาเพียงสองปีหลังจากนั้น

Evel Knievel ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง หลังขับ XR750 ด้วยความเร็ว 90 ไมล์ต่อขั่วโมง ข้ามรถบัสจำนวน 13 คัน ที่สนามเวมบลีย์ ในปี 1975

อีกโมเดลหนึ่งของฮาเลย์ในยุค AMF คือ XR750 มอเตอร์ไซค์สายวิบาก ที่ได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดระหว่างปี 1972 และปี 1980  สตั้นแมนอย่าง Evel Knievel ได้ใช้มอเตอร์ไซค์โมเดลนี้ในการแสดงผาดโผน ตลอดช่วงปี 70 และหลังจากปี 1980 โมเดลนี้ก็ถูกยกเลิกการผลิตไป เหลือแต่ตัวเครื่องยนต์ที่ยังมีจำหน่ายอยู่ในตลาดเท่านั้น

Harley-Davidson’s FXB Sturgis ในปี 1980

โมเดลอื่นๆ ที่โด่งดังในยุค AMF ประกอบไปด้วย FXL Low Rider ในปี 1977, Fat Bob ในปี 1979 และ FXB Sturgis เครื่อง 80 ลูกบาศก์นิ้ว ในปี 1980

ยุคของ AMF ได้จบลงในปี 1981 เมื่อ Willie G. Davidson หลานชายของ William A. Davidson ผู้ก่อตั้ง Harley-Davidson และกลุ่มนักลงทุนได้ซื้อบริษัทกลับมาจาก AMF

ห้องประชุมที่ Willie G. Davidson ได้เจรจากับ AMF เพื่อซื้อ Harley-Davidson กลับมา

การปลดอิสรภาพตัวเองจาก AMF ทำให้ Harley-Davidson เหมือนกับได้เกิดใหม่ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับแบรนด์ ให้พร้อมเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์และคุณภาพที่ดีกว่าเดิม อย่างไรก็ดี หนึ่งในมรดกที่ AMF ได้ทิ้งไว้ก็คือดีไซน์บนถังน้ำมัน ที่จะมีลายเส้น 3-4 สี วิ่งผ่านโลโก้สี่เหลี่ยมผืนผ้า บนพื้นสีเข้ม อย่างที่เห็นในภาพด้านล่าง

ปัจจุบัน ถังน้ำมันฮาเลย์ยุค AMF ถือเป็นของสะสมที่หลายคนเสาะหาจะครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟนฮาเลย์ หรือในวงการนักแต่งรถทั่วไป และยังมีชิ้นส่วน อุปกรณ์ และของสะสมยุค AMF อีกมากมายให้ค้นหาในตลาดทุกวันนี้  ส่วนบริษัท AMF ณ ปัจจุบันได้กลับไปโฟกัสกับธุรกิจโบว์ลิ่งเช่นเดิม โดยได้เปิดศูนย์โบว์ลิ่งมากกว่า 240 สาขาในอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย

โฆษณา Harley-Davidson SS-350 และ SX-350 ในอดีต

Harley-Davidson ในช่วงเวลาภายใต้การบริหารของ AMF ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เหมือนกับเรื่องทั่วไปในชีวิตคนเรา จริงอยู่ที่หลายคนมองว่าคุณภาพและภาพลักษณ์ของฮาเลย์ในช่วงนั้นได้ถดถอยลง แต่ก็มีกลุ่มผู้ขับจำนวนไม่น้อย ที่เคยเป็นเจ้าของหรือยังขับโมเดลในยุค AMF อยู่ มีความสุขและพอใจกับตัวรถมอเตอร์ไซค์อย่างมาก ไม่ว่า Harley-Davidson ในทุกวันนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไร สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจคือ “ฮาเลย์ในยุค AMF ถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่น่าจดจำ”

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

แหล่งที่มา https://www.lowbrowcustoms.com/blog/harley-davidson-amf-years/#sthash.xEWAoZIr.dpbs

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley