รีวิว Harley-Davidson CVO Limited 2019

Harley-Davidson CVO คือโมเดลชุดแต่งพิเศษจากโรงงานที่มีการใช้อะไหล่ วัสดุ เครื่องยนต์ และการเก็บรายละเอียดที่เหนือกว่าโมเดลธรรมดา  หนึ่งในโมเดล CVO ของฮาเลย์ในปี 2019 ก็คือ CVO Limited ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Twin-Cooled Milwaukee-Eight 117 ขนาด 1,923cc ที่เพลาลูกเบี้ยว การควบคุมไอดีไอเสีย และอัตรากำลังอัดมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

Harley-Davidson CVO Limited ใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าหรือ electronic throttle control มีแรงบิด 125 ฟุตปอนด์ที่รอบ 3,500 ต่างจากโมเดล Ultra Limited (ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114) ซึ่งทำได้สูงสุดที่รอบ 3,000

แฟริ่งด้านหน้า CVO Limited เป็นแบบ Batwing มีกระเป๋า Tour Pak ที่ด้านหลัง  ความใหญ่อลังภายนอกทำให้ CVO Limited ดูเหมือนเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับยาก แต่สำหรับผู้ขับที่สูงถึง 180 ท่าทางในการนั่งถือว่ากระชับอยู่พอสมควร

Harley-Davidson CVO Limited มีความสูงเบาะนั่ง 30.1 นิ้วหรือราว 76 เซนติเมตร ผู้ขับสามารถวางเท้าแตะพื้นได้สบาย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะต้องรักษาสมดุลของมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักกว่า 900 ปอนด์  แฮนด์อยู่ในตำแหน่งที่วางมือลงได้อย่างสบาย ไม่ต้องเอื้อมไปจับ ส่วนการวางเท้าและตำแหน่งพนักพิงช่วยให้ผู้ขับยืดเส้นยืดสายได้อย่างสบาย  ด้วยท่านั่งที่ค่อนข้างผ่อนคลาย การขับระยะทางประมาณ 400-500 กิโลเมตร จึงกลายเป็นเรื่องชิล ๆ ในทันที  ปัจจุบันถือว่ายากในการหามอเตอร์ไซค์ที่มอบความสะดวกสบาย ขับทางไกลได้ยาวทั้งวัน อย่าง Harley Davidson CVO Limited

การขับไปนอกเมืองในเส้นทางที่คดเคี้ยว CVO Limited  แม้ตัวรถจะมีแฟริ่งและตะเกียบหน้าที่ค่อนข้างใหญ่ การหันแฮนด์เวลาเข้าโค้งถือว่ามีความเบา  การเอนตัวเข้าโค้งมีความเฟิร์ม และผู้ขับสามารถรักษาไลน์ได้อย่างมั่นคง

และต่อให้มีกระเป๋า Tour Pak อยู่ด้านหลัง CVO Limited ผู้ขับจะสัมผัสได้ว่าตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังเปลี่ยนความเร็วได้อย่างรวดเร็ว ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ภายนอกเล็กน้อยที่ดูเหมือนเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่เทอะทะ อาจเปรียบได้กับนักมวยรุ่น heavy weight ที่ตัวใหญ่แต่แฝงไปด้วยความคล่องตัว

ด้วยพละกำลังที่มากขนาดนี้ CVO Limited จึงต้องมีระบบเบรกที่เอาตัวรถอยู่อย่าง Reflex Linked Brakes พร้อมระบบ ABS ที่ทางบริษัทโคกับแบรนด์ Brembo  เวลาบีบคันเบรกด้านหน้า จะมอบความรู้สึกหนักแน่นแต่ไม่กระชากจนเกินไป และแรงเบรกจะถูกกระจายไปยังล้อหลังเพื่อความสมดุลในการเบรกอีกด้วย

ถ้าต้องการให้ระบบ ABS ทำงานโดยเบรกหลังเพียงอย่างเดียว ผู้ขับจะต้องเหยียบคันเบรกหนักอยู่พอสมควร โดยรวมการทำงานระหว่างเบรกหน้าและเบรกหลังมีประสิทธิภาพล้นเหลือในการหยุดตัวรถ

ในเรื่องการตกแต่งและฟีเจอร์อื่น ๆ CVO Limited มีการใช้สีที่สวยงามสะดุดตาซึ่งผสมผสานกันได้ดีกับผิวโครเมี่ยมที่ส่วนท่อไอเสียและตะเกียบหน้า มีระบบ Boom! Box GTS infotainment รุ่นอัพเกรดที่เปิดเครื่องได้เร็วขึ้น และมองเห็นได้ง่ายขึ้นกลางแสงแดด ทำงานเหมือนกับมือถือสมาร์ทโฟน ยังไม่นับอุปกรณ์และวัสดุเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก Kahuna Collection ของ Harley-Davidson อีก

CVO Limited มีพื้นที่ให้เก็บของมากมาย พร้อมระบบล๊อกหนาแน่น ใช้งานง่ายโดยการกดปุ่ม ตัวรถมีสีให้เลือกด้วยกันสามแบบ Magnetic Grey Fade, Magnetic Grey and Wineberry with Redpper, และ Auburn Sunglo & Blackhole with Rich Bourbon (รูปด้านบน) แม้ตัวรถจะดูหรูหราและสวยงามเอาการ แต่ CVO Limited คือมอเตอร์ไซค์ที่เอาไว้ใช้ขับทางไกลแบบข้ามจังหวัดข้ามประเทศอย่างแท้จริง

แหล่งที่มา https://ridermagazine.com/2018/12/19/2019-harley-davidson-cvo-limited-first-ride-review/

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley