Harley-Davidson แตกไลน์สินค้า ปรับตัวเข้ากับเทรนด์โลก

เพื่อเป็นการสร้างธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น กลางปีที่แล้ว Harley-Davidson ออกมาประกาศว่าจะใช้งบลงทุนกว่า 275 ล้านดอลลาร์ ในการสร้างโมเดลใหม่ ๆ ขึ้นมา รวมถึงมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่จะถูกผลิตโดยบริษัทแห่งหนึ่งในเอเชีย

โมเดลขนาดเล็กที่ฮาเลย์จับมือกับบริษัทแห่งหนึ่งในเอเชียให้เป็นผู้ผลิต จะมีขนาดเครื่องยนต์ระหว่าง 250-500cc นอกจากนี้ ในปี 2022 ยังมีแผนเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางประเภท adventure touring คันแรกของแบรนด์ที่สามารถนำไปขับลุยป่าลุยเขาได้ รวมถึงโมเดล Streetfighter ที่เอาไว้ขับในเมือง ซึ่งมีเครื่องยนต์ขนาด 975cc  ส่วนในปี 2019 วางแผนเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ที่มีชื่อว่า LiveWire

ต้องยอมรับว่ามอเตอร์ไซค์ประเภท adventure-touring bike คือหนึ่งในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ เนื่องจากเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีความอเนกประสงค์ ขับได้ทั้งทางดำ (ถนนราดยางในเมือง) และทางฝุ่น (เส้นทางที่ไม่ได้ราดยางหรือในป่าเขา)

ยกตัวอย่างเช่น ที่เมือง Wabeno ทางตอนเหนือของรัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีถนนทางฝุ่นยาวหลายร้อยไมล์เลาะไปตามป่าเขา เหมาะสำหรับการขับมอเตอร์ไซค์ adventure-touring โดยเฉพาะ ทำให้หลายคนได้ตั้งเมืองนี้ให้เป็นเมืองหลวงโลกในการขับมอเตอร์ไซค์ประเภท adventure-sport ไปแล้ว

สำหรับแผนระยะยาว 10 ปีของฮาเลย์ที่ชื่อว่า More Roads to Harley-Davidson บริษัทตั้งเป้าสร้างผู้ขับหน้าใหม่ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 2 ล้านคน และเร่งยอดขายจากต่างประเทศให้โตถึง 50% ของรายได้ทั้งหมด รวมถึงผลิตโมเดลใหม่ออกมาอีก 100 โมเดล โดยงบลงทุนทั้งทั้งหมดคาดว่าจะสูงถึง 677-825 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการลงทุนระยะยาวครั้งนี้คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับบริษัทมากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022

สำหรับผู้ติดตามข่าวคงทราบกันดีว่า หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสำคัญของฮาเลย์คือการย้ายฐานการผลิตส่วนหนึ่งจากสหรัฐอเมริกามาอยู่ในไทย บราซิล และอินเดีย เพื่อเป็นการหนีภาษีนำเข้าอันสูงลิ่วจากทางสหภาพยุโรป ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ Harley-Davidson แก้ปัญหาได้ดี เพราะภาษีนำเข้าที่ว่านี้สูงถึง 31% (เพิ่มจากเดิม 6% เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทำการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากยุโรป) และยุโรปก็เป็นตลาดใหญ่อันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา สำหรับ Harley-Davidson อีกด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮาเลย์ต้องประสานงานร่วมกับผู้ผลิตในต่างประเทศ บริษัทมีประสบการณ์ในด้านนี้อยู่พอสมควร แต่ที่ผ่านมาจะเป็นการให้ต่างประเทศผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของมอเตอร์ไซค์เพียงเท่านั้น  การย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย อินเดีย และบราซิลครั้งนี้ จะต้องผลิต Harley-Davidson ขึ้นมาใหม่ทั้งคัน

แม้จะเป็นการผลิตด้วยฝีมือคนเอเชีย มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson มีศักยภาพที่จะตีตลาดโซนนี้ได้อย่างดี เนื่องจากในอินเดียและจีน มีจำนวนประชากรที่มีฐานะปานกลางจำนวนมากมีความต้องการมอเตอร์ไซค์คุณภาพ แต่กำลังจ่ายไม่เพียงพอที่จะซื้อ Harley-Davidson ที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา

โรเบิร์ต แพนด์ย่า ผู้อยู่ในวงการมากประสบการณ์ซึ่งเคยทำงานให้กับผู้ผลิต Indian Motorcycles กล่าวว่า ท่ามกลางจำนวนมอเตอร์ไซค์แบรนด์เอเชียมากมาย Harley-Davidson จะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นอย่างแน่นอน  ยกตัวอย่างเช่น Street 500 อาจไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ที่หรูหราหรือหวือหวามากนัก แต่หากนำไปขับท่ามกลางกลุ่มมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในตลาดเอเชียแล้ว จะดูเท่ขึ้นมาอย่างแน่นอน

นอกจากเรื่องการย้ายฐานการผลิตและแผนที่จะเปิดตัวโมเดลใหม่ ๆ ออกมาแล้ว ฮาเลย์ยังมีแผนออกแบบร้านค้าขนาดเล็ก เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น มีการจับมือกับคู่ค้าธุรกิจออนไลน์ และสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายให้แข็งแกร่งขึ้นอีก  ทั้งหมดถือเป็นการปรับตัวแบบ proactive เพื่อการเติบโตและความยั่งยืนของแบรนด์

 

แหล่งข้อมูล https://www.usatoday.com/story/money/nation-now/2018/07/30/harley-davidson-manufacturing-overseas-asia-smaller-motorcycles/862368002/

รูปภาพ https://www.harley-davidson.com/us/en/motorcycles/future-vehicles/livewire.html

https://www.harley-davidson.com/th/th/motorcycles/future-vehicles/streetfighter.html

https://9tro.com/media/bikes/bike-news/more-roads-to-harley-davidson

 

Darkrider.net แปล

 

——————-

 

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อน ๆ ได้ที่ Darkrider.net

 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley