Harley-Davidson Street XG750 คัสตอมสุดแนว

ทางตอนใต้ของเมือง Philipsburg ทิศตะวันตกของรัฐมอนทานา มีร้านประกอบรถเล็กๆ อยู่ร้านหนึ่งพร้อมกับพื้นที่เพียง 28 ตารางเมตร ที่คอยสร้างสรรค์ยานยนต์มากมายหลากหลายขนาดมานับตั้งแต่ปี 2013  ร้านนี้มีชื่อว่า No. 8 Wire Motorcycles และมี คอลลิน คอร์นเบิร์ก ชายหนุ่มชาวนิวซีแลนด์เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินกิจการ

หนึ่งในผลงานของเขาคือ Harley-Davidson Street XG750 มอเตอร์ไซค์คัสตอมสุดแนวที่ถูกดัดแปลงมาจาก Harley-Davidson Street 750 ซึ่งเป็นโมเดลที่เหมาะสมอย่างมากแก่ผู้ขับขี่ระดับเริ่มต้น อีกทั้งมันยังมีราคาไม่แพง เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเข้าร่วมครอบครัว Harley-Davidson อย่างจริงจังสักครั้ง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในเรื่องลักษณะการนั่งที่บีบแคบ Harley-Davidson Street 750 ก็ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ผู้ขับนิยมมากที่สุด และมักถูกนำไปผ่าตัดดัดแปลงเป็นสไตล์ต่าง ๆ จากผู้ออกแบบทั่วโลก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ผู้ออกแบบส่วนใหญ่มองว่า Street 750 เป็นรุ่นที่พวกเขาสามารถวาดจินตนาการลงไปบนตัวรถได้อย่างง่ายดาย  “ผมเลือก Street 750 เพราะมันเป็นรถที่แต่งง่าย” กล่าวโดย คอร์นเบิร์ก “อีกทั้งสัดส่วนของลูกค้าผมที่ไม่สูงนักยังเหมาะกับโมเดลนี้อีกด้วย”

ลูกค้าของ คอร์นเบิร์ก ต้องการรถที่เอาไว้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถนำไปอวดใครต่อใครได้อย่างภาคภูมิใจ  ด้วยผู้ออกแบบมากฝีมืออย่าง คอร์นเบิร์ก จึงได้ถือกำเนิด Street XG750 ขึ้น ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกนำไปจัดโชว์ในงาน The One Moto Show เมืองพอร์ทแลนด์ และงาน Handbuilt Show ที่เมืองออสตินมาแล้ว

ด้วยความประสงค์ของลูกค้าที่ต้องการใช้ Street 750 ปี 2015 เป็นรากฐานในการประกอบรถคัสตอมคันนี้ ชายหนุ่มกีวี่จึงค่อยๆ เริ่มถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวรถลง และใช้เครื่องมือของเขาในการเติมแต่งส่วนใหม่ ๆ เข้าไป โดยหากไม่นับเรื่องการทำสีกับส่วนแผงคอแล้ว ทุกอย่างล้วนถูกสร้างผ่านมือของเขาทั้งนั้น

ในส่วนของโช๊คหน้า คอร์นเบิร์ก ได้ถอดของเดิมออกและแทนที่ด้วยโช๊ค Suzuki GSX-R750 ซึ่งในจุดนี้เขาได้ขอแรงช่วยจาก ไมเคิล แมนฮาร์ด เพื่อนของเขาในการทำแผงคออลูมิเนียมขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ตัวโช๊คสามารถทำงานร่วมกับมอเตอร์ไซค์ V-Twin สัญชาติอเมริกันคันนี้ได้

ไม่ใช่เพียงโช๊คหน้าเท่านั้นที่ทำให้ตัวรถมีความสปอร์ตมากขึ้น โช๊คหลังคู่ยังถูกแทนที่ด้วยโช๊คเดี่ยว G3-S จากร้าน Race Tech ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีลักษณะการจัดวางเหมือนกับ Ducati 1098 ปี 2007

โดยรวมการเปลี่ยนแปลงระบบกันสะเทือนเพียงอย่างเดียวก็ถือว่าช่วยยกระดับความสะดวกสบายและการควบคุม Street XG750 ไปได้แล้วอย่างมาก

ส่วนเฟรมด้านหลังได้ถูกนำออกไป แทนที่ด้วยเฟรมใหม่ที่มีลักษณะโค้งมนบริเวณปลาย ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็ก เฟรมหลังจะประกอบไปด้วยถังน้ำหล่อเย็น ส่วนหัวของโช๊คหลัง แผงอิเล็กทรอนิกส์ และไฟท้ายใต้เบาะหนังสีน้ำตาล

หนึ่งในโจทย์ของลูกค้ายังรวมไปถึง “ภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจาก Street 750” คอร์นเบิร์ก จึงได้ทำการดัดแปลงตัวถังน้ำมันไปอย่างหนัก โดยมีความท้าทายอยู่ที่การออกแบบตัวมอเตอร์ไซค์ให้มีรูปลักษณ์ปราดเปรียว แต่ยังคงมีปั๊มเชื้อเพลิงขนาดใหญ่เท่าเดิมอยู่

หลังจากความพยายามหลายครั้ง ถังน้ำมันใหม่จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดดเด่นด้วยลายเส้นบนตัวถังที่ช่วยเพิ่มลุคเพรียมลมให้กับตัวมอเตอร์ไซค์ ถังน้ำมันของ Street XG750 มีความจุประมาณ 3 แกลลอน ซึ่งไม่ต่างจาก Street 750 คันเดิมมากนัก

อุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ของ Street XG750 ไม่ว่าจะเป็นบังโคลนหน้า เฟรมด้านข้าง หรือบังโคลนหลัง ล้วนทำมาจากแผ่นอลูมิเนียมที่ผ่านการดัดและตีให้เข้ารูปกับตัวรถ ตามภาพในหัวที่หนุ่มนิวซีแลนด์คนนี้ได้วาดไว้

ต้องไม่ลืมว่าลูกค้าของ คอร์นเบิร์ก ต้องการมอเตอร์ไซค์ที่ดูเท่แต่ยังสามารถขับขี่ได้ในชีวิตประจำวัน การอัพเกรดเครื่อง V-Twin ที่เหมาะแก่การขับขี่ทั่วไปอยู่แล้วจึงไม่ใช่คำตอบ  สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากกว่าคือมอเตอร์ไซค์ที่มี “ความสามารถรอบด้าน”

นั่นไม่ได้ทำให้การแต่งหยุดลงแต่อย่างใด  คอร์นเบิร์ก ได้ทำการติดท่อไอเสียสแตนเลสสตีลแบบ 2-into-2 เพิ่มเข้าไป ช่วยให้เครื่องยนต์ (ระบายความร้อนด้วยของเหลว) ส่งเสียงดุดันและน่าเกรงขามมากขึ้น ส่วนกล่องสีขาวที่ติดอยู่ด้านข้างเครื่องยนต์คือกรองอากาศ Vance & Hines  องค์ประกอบเหล่านี้รวมถึงโครงรถภายนอกทั้งหมด ล้วนผ่านหยาดเหงื่อและฝ่ามือของชายหนุ่มคนนี้มาทั้งหมด

ในการแก้ปัญหาลักษณะการขับขี่ที่บีบแคบ แฮนด์แบบใหม่ซึ่งมีความใหญ่แกร่งและกว้างกว่าเดิมได้ถูกออกแบบขึ้นในร้านของเขา มันจะช่วยผู้ขับฝ่าดงจราจนอันคับคั่งไปได้อย่างรวดเร็ว หรือจะเป็นการขับชิลๆ ในวันหยุดไปสถานที่ใกล้ต่างๆ ก็ทำได้เช่นกัน

จากการที่ลูกค้ามีสัดส่วนไม่สูงมากนัก เบาะนั่งของ Street XG750 จึงถูกปรับให้ต่ำกว่า 26 นิ้ว ซึ่งแน่นอนเป็นระดับที่คนสูงๆ จะนั่งไม่ถนัดสักเท่าไร  การปรับเบาะนั่งให้สูงราว 28 นิ้ว จะเหมาะกับผู้ขับดังกล่าวมากกว่า เพราะจะไม่ทำให้รู้สึกบีบแคบและต้องงอตัวเหมือนกับเปลือกหอย

ตามที่ลูกค้าได้ปราถนาไว้ Street XG750 สามารถตอบโจทย์การขับในรอบด้าน และยังสามารถนำไปออกงานได้อย่างสง่าผ่าเผย ที่สำคัญต้นทุนของมันยังเป็นจำนวนที่ไม่สูงอีกด้วย  มันสามารถวิ่งบนพื้นถนนในเมือง ซิ่งบนสนามดิน flat track และบนสภาพพื้นถนนต่างๆ ได้ สะท้อนให้เห็นถึง “ความอิสระภาพ” ที่เป็นใจความของมอเตอร์ไซค์แบรนด์นี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด Street XG750 คือผลงานที่ตอกย้ำอีกครั้งว่า Harley-Davidson Street 750 ยังคงเป็นโมเดลที่เหมาะแก่การแต่งเติมวาดจินตนาการรถในฝันให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่างบของคุณจะมีเท่าไรก็ตาม

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

https:/ /ultimatemotorcycling.com/2018/06/17/no-8-wire-motorcycles-custom-harley-davidson-street-xg750-exposed/

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley