Harley-Davidson Sportster XL1200L 2006

Harley Davidson Sportster XL1200L 2006

Harley-Davidson Sportster XL1200L รถเล็ก หัวใจใหญ่ 

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 Harley-Davidson ได้เปิดตัว Sportster โมเดลใหม่ปี 2006 และ Sportster XL 1200L ที่ทำยอดขายได้เท่ากับรุ่น XL 883L Low

Sportster XL 1200L นำโครงสร้างพื้นฐานของ XL Sportster 1200R Roadster มาใช้ โดยจะมีฐานรถที่ต่ำลงอยู่ที่ 30 mm (1.18 in) และระดับควางสูงที่นั่งจากพื้นอยู่ที่ 711 mm (28 in) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องของไลน์ Sportster ทั้งหมด

Sportster XL 1200L ยังมีพลังขับเคลื่อนที่สูงขึ้นจากการใช้ก้านสูบ และ ลูกสูบที่เบาลง (มีการหล่อลื่นที่ดีขึ้น) บวกกับเพลาลูกเบี้ยวและฝาสูบแบบใหม่ ที่ทำให้ตัวรถทำความเร็วได้ถึง 6,000 รอบต่อนาที  Sportster XL 1200L ยังใช้โครงรถและสวิงอาร์มแบบใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมให้เหนือชั้นขึ้น

ในปี 2007 ตัวรถมีความทันสมัยและความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น จากการนำหัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ และยังมีประสิทธิภาพการควบคุมรถที่ดีขึ้นจากรายละเอียดอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา อย่างไรก็ตาม Sportster XL 1200L มีวางขายอยู่ในตลาดยุโรปถึงปี 2009 และในตลาดสหรัฐอเมริกาถึงปี 2011 เท่านั้น

จนกระทั่งปี 2014 Harley-Davidson ได้เปิดตัว Sportster คันใหม่ชื่อรุ่น XL 1200T SuperLow ซึ่งมีการถอดแบบมาจาก Sportster XL 1200C Custom พร้อมความสูงที่ถูกปรับให้ต่ำลงเหมือนเดิม  Sportster XL 1200T SuperLow นำองค์ประกอบสไตล์ Cruisers แบบดั้งเดิมมาใช้ โดยจะมีแฮนด์จับขนาดใหญ่ที่มือคนขับจะอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น มีถังน้ำมันขนาด 17 ลิตร (4.49 gal) ที่พักเท้าขนาดใหญ่ขึ้นที่ถูกปรับไปด้านหน้า 7 เซนติเมตรจากรุ่น SuperLow 883 ช่วยเสริมคนขับให้นั่งสบายกว่าเดิม และเบาะนั่งที่มีความสูงจากพื้น 702 mm (27.64 in)

สิ่งที่น่าสนใจคือ XL 1200T SuperLow เป็น Sportster รุ่นที่นำกระจกบังลมและกระเป๋าข้างกลับมาใช้ หลังจากที่ Sportster 1000 XLT ประสบความล้มเหลวในปี 1977 และ 1978 เนื่องจากไลน์ Sportster ของ Harley-Davidson ในช่วงนั้นเน้นการเดินทางไปกับรถที่มีน้ำหนักเบา

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ 

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley C

Harley-Davidson Ultra Classic Electra Glide

Harley-Davidson FLHTCU Ultra Classic Electra Glide คือหนึ่งในรุ่นที่มีความละเอียดและพิถีพิถันมากที่สุดของ Harley-Davidson ไลน์ทัวร์ริ่ง (Touring)  FLHTC Electra Glide Classic คันแรกในปี 1989 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Evolution  ระบบควบคุมแบบ cruise control  วิทยุ CB พร้อมระบบการสื่อสารแบบอินเตอร์คอม  ระบบเครื่องเสียงครบชุดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  แฟริ่งที่อยู่ในระดับที่ต่ำลง และการทำสีแบบพิเศษ

ตั้งแต่ปี 1995 ตัวมอเตอร์ไซค์ได้เปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น FLHTCUI Injection และนำเครื่องยนต์ Twin Cam 88 ความเร็ว 1,450 cm3 (88.84 cu in) มาใช้ในปี 1999  ต่อมาในปี 2007 เครื่องยนต์ได้ถูกเปลี่ยนเป็น Twin Cam 96 ความเร็ว 1,584 cm3 (96 cu in) ที่มีระบบเกียร์หกสปีด และโครงรถใหม่ที่ถูกใช้ในกลุ่มทัวร์ริ่งทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2009  ส่วนในปี 2012 เครื่องยนต์เดิมได้ถูกเปลี่ยนเป็น Twin Cam 103 ความเร็ว 1,690 (103 cu in) ซึ่งมีระบบระบายความร้อนแบบผสมอากาศและน้ำมันที่ด้านหน้าของตัวรถ

ถัดมาในปี 2014 ตัวรถในตลาดสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนไปใช้เครื่อง Twin Cam 103 Out พร้อมกับเพลาลูกเบี้ยวใหม่ ที่เพิ่มแรงบิดให้สูงขึ้น 5% ยกระดับความเร็วในรอบต่ำให้ดีขึ้น รวมถึงการทำเวลาและอัตราการเร่งในเกียร์ห้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ส่วนในตลาดยุโรป ตัวรถได้ถูกเปลี่ยนไปใช้เครื่อง Twin-Cooled High Output Twin Cam 103 ที่ทำให้มีแรงบิดสูงขึ้น 10.7% และพลังขับเคลื่อนสูงขึ้นอีก 10.6% เมื่อเทียบกับ Twin Cam 103 เครื่องเดิม

ตระกูล Electra-Glide นั้นประกอบไปด้วย Electra Glide Ultra Classic ในหลายเวอร์ชัน ยกตัวอย่างเช่น Electra Glide Ultra Classic Low ปี 2015 ที่ทำตัวรถให้ต่ำลง  FLHTK Electra Glide Ultra Limited กับเครื่อง Twin-Cooled High Output Twin Cam 103 ในตลาดอเมริกาและยุโรปที่มีอุปกรณ์เสริมอย่างระบบ Boom! Box (มี FLHTK Electra Glide Ultra Limited Low เช่นกัน) และ FLHX Street Glide กับ FLHX Street Glide Special ที่เป็น Electra Glide แบบไม่มีกระเป๋า Tour-Packs หรือแฟริ่งด้านล่าง

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ 

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley 

Sportster Iron XL 883N

Sportster Iron XL 883N

Harley-Davidson สร้างเซอร์ไพรส์เปิดตัว Sportster Iron XL 883N ออกมาในปี 2009  ตัวรถที่ออกแบบมาในสีดำเกือบทั้งหมด ทำให้มันถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Harley-Davidson โทนดาร์คอย่างไม่ต้องสงสัย

หากจะพูดถึงประวัติความเป็นมาแล้ว Harley-Davidon ไลน์ Sportster ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1957 และได้กลายเป็นโมเดลแบบอย่างให้กับชอปเปอร์ในตำนานมากมายช่วงยุค 60 

ในช่วงปี 70 Sportster ยังช่วยเพิ่มมาตรฐานและขีดจำกัดให้กับ Dirt-Track Championship และ การแสดงมอเตอร์ไซค์แบบผาดโผน

ด้วยเหตุนี้ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายใหม่ๆ คือสิ่งที่อยู่ใน Sportster Iron คันนี้แน่นอน

XL 883N Iron ใช้เหล็กเปลือยที่ดูเรียบง่ายเป็นส่วนประกอบ และเป็น Sportster รุ่นที่ได้นำความมินิมอลและโทนสีดำมาจาก Haley-Davidson กลุ่ม “Dark Custom” ซึ่งมีอยู่หกโมเดล ประกอบไปด้วยรุ่น Cross Bone, Nightster, Night Rod Special, Street Bob, Night Train และ Fat Bob

แม้จะมีโมเดลสีเทาอยู่บ้าง XL 883 Iron ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาในสีดำ มีเครื่องยนต์ที่ปราดเปรียว แฮนด์จับแบบ Drag Bar บังโคลนหน้าหลังที่สั้นและเตี้ยลง ยางหุ้มโช๊ค และเบาะเดี่ยวที่มีความสูงจากพื้น 64 เซนติเมตร (25.20 นิ้ว)  องค์ประกอบเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันระหว่าง XL 883 Iron กับกลุ่ม Dark Custom

Sportster Iron มีดีไซด์ที่ใช้เหล็กเปลือยๆเรียบง่ายเป็นจุดเด่น แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของตระกูล Sportster มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบตามลำดับ (sequential electronic injection) หรือคลัทช์ที่ให้ความรู้สึกนุ่มขึ้น

องค์ประกอบเหล่านี้เองที่ Harley-Davidson ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนเมือง ผู้แสวงหาการขับแบบเรียบง่าย แต่ยังคงเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมดีไซน์ตัวรถแบบพื้นๆ ที่จัดอยู่ในสไตล์ Bobber

Sportster Iron ถือเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวครั้งแรก และการที่มันยังคงอยู่ในรายการสินค้าของ Harley-Davidson ทุกๆ ปี คือเครื่องการันตีว่ามันคือหนึ่งในโมเดลสุดคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson

Iron 883 ทางร้านมีจำหน่ายอยู่หนึ่งคันครับ สภาพสุดยอด ไร้ตำหนิใดๆ ชุดสีแคนดี้เดิมๆ รถปี 2014 เลขไมล์แปดพันกว่าๆ ราคา 499,000 กุญแจรีโมท 2 ชุด แต่ง RSD มาเต็มๆ 

สนใจติดต่อสอบถามเข้ามาได้เลยครับ

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ 

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley 

 

Tri Glide Ultra Classic

ในปี 2009 Harley-Davidson ได้เปิดตัว FLHTCUTG Tri Glide Ultra Classic ซึ่งเปรียบเสมือนเวอร์ชันใหม่ของไลน์ Servi-Car ที่ถูกยกเลิกการผลิตไปในปี 1973  มอเตอร์ไซค์ Servi-Car ถูกออกแบบมาโดยเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก และถือเป็นหนึ่งในสินค้าไอคอนของ Harley-Davidson

การที่บริษัทพัฒนา Tri Glide Ultra Classic ออกมาด้วยโครงสร้างรากฐานของ Electra Glide Ultra Classic ถือเป็นการชุบชีวิตยานยนต์ที่เป็นมิตรแบบนี้ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง

Harley-Davidson ได้กลับมาผลิตมอเตอร์ไซค์สามล้ออีกครั้ง สืบเนื่องจากความมั่นคงของมันที่มีมากกว่ามอเตอร์ไซค์ชนิดสองล้อ บวกกับความจุเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับความปลอดภัย ป้องกันการเสียการทรงตัวให้กับผู้ขับขี่

ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์สามล้อมักจะเป็นกลุ่มคนที่เกิดในยุคหลังสงครามโลก หรือที่เรียกว่า “Baby Boomers” ซึ่งอาจจะเป็นผู้คนที่ห่างเหินจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปนาน หรือยังใหม่ต่อการขี่ยานยนต์ประเภทนี้  คนขับมอเตอร์ไซค์สามล้อยังรวมไปถึงนักบินที่เป็นสุภาพสตรี คนรุ่นใหม่ที่แสวงหายานพาหนะแบบดั้งเดิม และผู้พิการที่ยังคงมีใจรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์

Tri Glide Ultra Classic ยังใช้อุปกรณ์เดิมของโครงรถ Electra Glide Ultra Classic  สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงองศาการควบคุมรถ กับเพลาส่งแรงและเพลาเฟืองท้ายที่เพิ่มเข้ามาในกลไกด้านหลังเท่านั้น

ในปี 2010 และปี 2011 Harley-Davidson ได้มีการปล่อยมอเตอร์ไซค์สามล้ออีกรุ่นออกมา ชื่อว่า FLHXXX Street Glide โดยตัวรถจะไม่มีกระเป๋า Tour-Pack และโล่บังลมขา มีกระจกบังลมที่เล็ก และอุปกรณ์ต่างๆ ที่น้อยลงไป ทำให้มันมีราคาถูกกว่า Tri Glide Ultra Classic

ในปี 2015 โมเดลคันที่สองของ FLHXX Street Glide ยังได้ถูกผลิตออกมาร่วมวง Tri Glide Ultra Classic อีกด้วย

ส่วนรุ่น FLRT Freewheeler เป็นมอเตอร์ไซค์สามล้อที่มีความเร็วสูง แต่ไม่มีกระเป๋า Tour-Pack กับแฟริ่งที่ทำให้รถลู่ลม  ถ้าเทียบกับ FLHTCUTG Tri Glide Ultra Classic ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่อง Twin-Cooled High Output Twin Cam 103 แล้ว การที่ FLRT Freewheeler มีเครื่อง Air Cooled High Output Twin Cam 103 ก็ถือว่าน่าพอใจอยู่ไม่ใช่น้อย

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ 

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net

Harley Davidson V-Rod Muscle 2009

การเปิดตัวของ V-Rod Muscle เวอร์ชัน 2009 ทำให้ใครหลายคนลืมภาพลักษณ์ที่ค้านสายตาของ V-Rod รุ่นทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นโช๊คหน้าแบบกลับหัวที่น่าประทับใจ ท่อดักอากาศแบบตาข่ายขนาดใหญ่ หรือบังโคลนหลังที่สั้นลง วางอยู่บนล้อมหึมาขนาด 240 มิลลิเมตร (9.45 นิ้ว) องค์ประกอบของ VRSFCF V-Rod Muscle ล้วนสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มคนขับเมื่อแรกเห็น

 

Harley-Davidson ได้ดันคอนเซ็ปต์ความเป็น V-Rod อย่างเต็มที่กับโมเดลคันนี้  และการกลับไปใช้โครงรถแบบ Night-Rod Special  ยังทำให้ตัวมอเตอร์ไซค์มีรูปร่างที่ยาวและล่ำสันมากขึ้นอีกด้วย

 

ความดุดันและบ้าพลังของ V-Rod Muscle ไม่ได้มีอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงเท่านั้น เครื่องยนต์ของมันยังช่วยส่งพลังแรงม้าได้อย่างเหลือเฟือ  ดีไซน์เน้นไปที่ตำแหน่งของคนนั่งเป็นพิเศษ โดยขาคนขับจะยืดออกไปสุดสู่ด้านหน้าแนบข้างเครื่องยนต์ แขนจะขยายกว้างออกไปจับแฮนด์รถ หลังจะเอนผ่อนคลายเล็กน้อย ให้คุณนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ที่มีอัตราเร่งทรงพลัง ราวกับว่าบางทีตัวรถนั้นแทบจะทะยานหลุดออกจากมือของคุณไป

 

เนื่องจากล้อหลังที่มีขนาดใหญ่ คนขับอาจจะต้องลองขี่ทำความคุ้นเคยกับ V-Rod Muscle ไปสักพัก ก่อนที่จะสามารถควบคุมมันได้อย่างคล่องแคล่ว โดยเฉพาะการเลี้ยวโค้งที่แคบๆ หรือโค้งหักศอก ตามชื่อและรูปร่างลักษณ์ของมัน แน่นอนว่า V-Rod Muscle มาพร้อมกับคาแรคเตอร์ที่ทรงพลังและแรงขับเคลื่อนที่ล้นเหลือ แต่การเรียนรู้ตัวมอเตอร์ไซค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ย่อมดีกว่าการพยายามบังคับมันด้วยพละกำลังแน่นอน

 

VRSCF Muscle เป็นมอเตอร์ไซค์ที่วางเรื่องเหตุและผลหรือความถูกต้องเป็นเรื่องรอง และนั่นแหละคือเสน่ห์ของมันอย่างแท้จริง  มันจึงได้อยู่ในกลุ่มสินค้าของ Harley-Davidson ร่วมหลายปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักใดๆ  มันไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่เอาความน่าเกรงขามมากลบเกลื่อนคาแรคเตอร์ที่ไม่ชัดเจน แต่มันคือกล้ามเนื้อที่ทรงพลังและระเบิดไดนาไมต์ที่รวมผสมอยู่ในคันเดียวกัน

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ 

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley 

 

 

FXDB Dyna Street Bob 2006

FXDB Dyna Street Bob 2006
FXDB Dyna Street Bob 2006
FXDB Dyna Street Bob 2006

Harley-Davidson ได้กลับไปสู่สไตล์ Bobber อีกครั้ง แต่ในแบบที่จริงจังกว่าเดิม กับการเปิดตัว FXDB Dyna Street Bob ในปี 2006  เราต้องไม่ลืมว่าตระกูล Dyna คือทายาทของไลน์ Low Rider กับ Super Glide ที่ผลิตออกมาในช่วงปี 70 กับเครื่องยนต์ Shovelhead ซึ่งเครื่องยนต์นี้ต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องยนต์ Evolution และเสริมด้วยโครงรถ Dyna แบบใหม่ในช่วงต้นปี 1990
FXDB Dyna Glide Sturgis 1991 คือโมเดลคันแรกของไลน์ Dyna ที่ถอดแบบความสวยงามมาจากรุ่น FXB Sturgis ปี 1980  มันถือเป็นมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ได้เริ่มใช้ความจุเครื่องยนต์ Dyna แบบใหม่ ที่มีระบบฉนวนเครื่องยนต์แบบสองจุด (two-point engine insulation system) เผยให้เห็นตัวแบตเตอรี่แบบยุค 70 ซึ่งโมเดล FXDB Dyna Street Bob 2006 ยังคงใช้ดีไซน์นี้อยู่เช่นกัน
Dyna Street Bob สวมจิตวิญญาณและความเรียบง่ายของ Super Glide และ Low Rider โดยการเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีลักษณะยาว โครงสร้างปราดเปรียว จุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีโช๊คหน้าที่ยาว และสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม  ภาพลักษณ์ภายนอกของ FXDB Dyna Street Bob ทำให้มันโดดเด่นกว่าคันอื่นในไลน์ Dyna Bobbers  ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์จับแบบ Ape Hanger บังโคลนหน้าแบบมินิ บังโคลนหลังที่สั้นลง และเบาะเดี่ยวที่ทำให้มันกลายเป็นมอเตอร์ไซค์สุดอิสระ สื่อถึงจิตวิญาณแห่งวิถีแบบใหม่
FXDB Dyna Street Bob 2006 ใช้เครื่องยนต์ Cam 88 Twin Engine ที่มีความแรง 1,450 cm3 (88 cu in) และได้เปลี่ยนไปใช้เครื่อง Twin Cam 96 ที่มีความแรง 1,584 cm3 (96 cu in) ในปี 2007
ในปี 2013 FXDB Dyna Street Bob รุ่น limited edition (Special Edition) มีดีไซน์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องยนต์ Twin Cam 103 ที่เร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม  ส่วน Street Bob 2014 ยังคงเก็บรักษาเครื่องยนต์และไฟกะพริบด้านหลังของรุ่น Special Edition ไว้ ทำให้มันมีเส้นลายของตัวรถที่ชัดเจนขึ้น จากระบบไฟบนบังโคลนหลังที่หายไป

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley Davidson VRSCA V-ROD 2002

Harley Davidson VRSCA V-ROD 2002

ในปี 2002 หนึ่งปีก่อนการครบรอบ 100 ปีของบริษัท  Harley-Davidson ได้ออกมาประกาศสิ่งที่น่าประหลาดใจ “มันถึงเวลาที่พวกเราจะท้าทายความคิดและสิ่งทีมีอยู่แบบเดิมๆ  Harley-Davidson พร้อมแล้วที่จะเผยโฉมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ทำลายคอนเซ็ปต์แบบเดิมลงไปทั้งหมด ในเรื่องธรรมเนียมประเพณีของบริษัท และครุยเซอร์แบบเฉพาะของเราโดยรวม…” ซึ่งแน่นอน บริษัทได้ทำการเปิดตัวเจ้า V-Rod  มอเตอร์ไซค์ที่สร้างขึ้นมาจากฐานเครื่องใหม่ทั้งหมด และเต็มเปี่ยมไปด้วยความโมเดิร์นจนได้รับฉายาว่า “Revolution” ซึ่งมีความหมายว่า “การปฏิวัติ” นั่นเอง

Harley-Davidson หน้าใหม่คันนี้ ได้นำระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และเครื่อง V-Twin แบบ 45 องศาแบบดั้งเดิมออกไป และแทนที่ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และเครื่อง V-Twin แบบ 60 องศาแทน ซึ่งมีความแรงอยู่ที่ 1,130 cm3 (69 cu in) พร้อมลิ้น 4 วาล์วต่อ 1 ลูกสูบ และระบบการจ่ายน้ำมันแบบตามลำดับ (sequential fuel injection)

V-Rod ถือเป็นมอเตอร์ไซค์คันแรกในช่วงประวัติศาสตร์ 100 ปีของ Harley-Davidson ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และยังมีเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยมีมาที่ 115 แรงม้าอีกด้วย

นวัตกรรมต่างๆ ไม่ได้มีอยู่แค่ที่เครื่องยนต์เท่านั้น V-Rod ยังใช้กลวิธีการขึ้นรูปด้วยของเหลว ซึ่งปราศจากร่องรอยของการเชื่อมเหล็กให้เห็น  ตัวบอดี้เป็นอลูมิเนียมที่ผ่านกรรมวิธีชุบผิว (anodized aluminum) และถังน้ำมันที่ถูกจัดวางในตำแหน่งใต้เบาะคนนั่ง

ในปี 2004 Harley-Davidson ได้มีการเปิดตัว V-Rod VRSCB เพิ่มเข้ามาในไลน์ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีโครงรถเป็นสีดำ และราคาที่ถูกกว่า V-Rod VRSCA จากองค์ประกอบต่างๆ ที่น้อยลงไป  แต่เป็นปี 2005 ที่ฮาเลย์ตระกูล V-Rod ได้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง กับการเปิดตัว VRSCR Street Rod ที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นห้าแรงม้า

V-Rod รุ่น VRSCB ได้ถูกยกเลิกไปในปี 2006 ส่วน VRSCA ได้กลายเป็นรุ่น VRSCAW ตั้งแต่ปี 2007 โดยมีการใช้ขอบล้อหลังที่กว้างและล้อรถขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ถูกเรียกร้องจากกลุ่มลูกค้า

V-Rod VRSCAW ได้อยู่ในแคตตาล็อกสินค้าของ Harley-Davidson จนถึงปี 2010 โดยนับตั้งแต่ปี 2008 ตัวมอเตอร์ไซค์ได้มีการเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ Revolution แบบใหม่ ซึ่งมีความแรงถึง 1,250 cm3  (76.28 cu in)

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ 

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล 

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net 

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley 

Harley-Davidson XL1200N Nightster 2007

ในปี 2550 Harley-Davidson ซีรีย์ Sportster ได้กลับสู่ความเรียบง่ายและคลาสสิกอีกครั้ง กับการเปิดตัวรุ่น XL 1200N Nightster

ไลน์ Sportster ซึ่งได้เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2550 นั้นมีเครื่องยนต์ให้เลือกด้วยกันถึง 4 แบบ และโมเดลต่างๆ ที่มีการจัดวางองค์ประกอบที่ไม่เหมือนกันให้เลือก บางโมเดลรวมถึง Nightster ตัวนี้ ยังถือว่าเป็นเวอร์ชันพิเศษอีกด้วย

Haley-Davidson ได้ใช้ดีไซน์ของ 1200 Sportster ในการสร้างโมเดลนี้ขึ้นมา ซึ่งประกอบไปด้วย ยางหุ้มโช๊ค ขอบล้อสีดำ บังโคลนหน้าหลังที่สั้น ออปชั่นสีทูโทนลุควินเทจ เบาะเดี่ยว ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ และเครื่องยนต์แบบผิวด้าน

ส่วนประกอบเหล่านี้ได้สร้างภาพลักษณ์และคาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่งให้กับตัวมอเตอร์ไซค์ ที่จัดว่าอยู่ในกลุ่ม Neo-Retro หรือมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่ที่มีกลิ่นอายความคลาสสิกของยุคก่อน

แม้ว่าโมเดลทั่วไปของ Sportster จะประสบความสำเร็จในเรื่องของดีไซน์ที่สวยงามอยู่แล้ว รุ่น Nightster ยังสร้างความแตกต่างออกไปโดยการมี ที่ใส่ป้ายทะเบียนรถ ยื่นออกมาจากด้านข้างของบังโคลนหลังโดยปราศจากไฟส่องสว่าง ซึ่งระบบสัญญาณไฟท้ายของ Nightster จะประกอบไปด้วย ชุดไฟเบรค สัญญาณไฟเลี้ยว และไฟท้าย LED ที่ติดอยู่ในสัญญาณไฟเลี้ยว

แม้ Haley-Davidson รุ่น Sportster Nightster จะมีลุคแนววิทเทจแบบย้อนยุค หัวใจสำคัญต่างๆ นั้นแทบจะไม่ได้ถูกลดลงไปเลย ตัวมอเตอร์ไซค์ยังคงความหรูหราและความจริงจัง โดยการดีไซน์เบาะนั่งไว้ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการควบคุมรถ รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยและไม่ทอดทิ้งรายละเอียดที่สำคัญ อย่างเช่นตัวนาฬิกา แม้ภายนอกจะดูเป็นยานยนต์ที่เรียบง่ายก็ตาม

ในภายหลัง Sportster Nightster ได้มีการเปิดตัวสีใหม่ๆ ออกมา และในที่สุดถูกแตกไลน์ออกไปเป็นโมเดล XL 1200 XL Forty-Eight ซึ่งสร้างรายได้เท่ากับที่ Nightster ทำได้ในปี 2554

ด้วยขนาดล้อหน้าที่ใหญ่ถึง 16 นิ้ว และภาพลักษณ์สไตล์วินเทจที่โดดเด่นของมัน Forty-Eight ได้สร้างแรงดึงดูดมากมายในวงการ จนในที่สุด Nightster ต้องถูกถอนออกจากไลน์สินค้าไปในปี 2556

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley-Davidson Road Glide FLTR 2009

ปลาดุกทรงพลัง

Harley-Davidson Road Glide 2009 เป็นรถที่ออกแบบ fairing หน้าใหม่ ให้ติดกับเฟรมส่วนหน้า โดยมีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบทำให้รถดูแปลกใหม่ ด้วยชุดระบบหน้าปัดแสดงผลแบบคอมพิวเตอร์ on-board และกระจกบังลมหน้าที่ต่ำลง

โดยรถสายพันธุ์ FLHT ได้รับการออกแบบให้ใช้ เฟรมแบบเดียวกันทั้งหมด ใช้ชุดเกียร์ 5 สปีด และใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน

Road Glide รุ่น FLTR นี้ได้ผลิตตามแบบ Tour Glide รุ่น FLT ซึ่งมีนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีสูงมาก

ในปี ค.ศ. 1980 FLT รุ่นแรกๆ ใช้เครื่องยนต์ 1,340 cc. (80 cu in) ชุดเกียร์ 5 สปีด ชุดขับเคลื่อนของมันได้ยึดติดกับเฟรมและมียางกันสะเทือนเป็นตัวรองรับชุดขับเคลื่อนตัวสุดท้ายซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับถังน้ำมันเครื่อง มีการปรับปรุงองศาของโช้คหน้าใหม่ เพื่อลดระยะของฐานล้อลงมาโดยไม่ลดประสิทธิภาพการใช้งาน

Harley Davidson ได้นำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับปรุงรถทุกรุ่น รวมไปถึง Electra Glide Classic ซึ่งต่อมาจะถูกแทนที่ด้วยตัว FLTR Road Glide 1998 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้สวยขึ้นแต่จะไม่มีชุดกระเป๋าสัมภาระหลังและที่พิง (Tour-Pack)

Road Glide รุ่น FLTR มีผลพลอยได้จากการยกระดับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ของ Harley Davidson เป็นพวกอุปกรณ์เสริม, เครื่องยนต์, chassis และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

รถรุ่นย่อย FLTRX Road Glide Custom ถูกเปิดตัว ในปี ค.ศ. 2010 ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัยกว่า ลู่ลมและเตี้ยลง

ต่อมาในปี 2011 Harley-Davidson ได้เปิดตัว รถรุ่นย่อยอีกรุ่น คือ FLTRU Road Glide Ultra โดยรถรุ่นนี้ได้ใส่ชุดกระเป๋าสัมภาระหลัง พร้อมที่พิง (Tour-Pack) และ ใช้ fairing ที่ต่ำลงกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม Road Glide ทั้ง 2 รุ่นได้เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ในปี ค.ศ. 2015 Road Glide รุ่น FLTRX และ FLTRXS Special ได้รับการออกแบบมา โดยไม่มีชุดกระเป๋าสัมภาระหลังและที่พิง (Tour-Pack) และ ได้ปรับเปลี่ยนเส้นสายและลวดลายให้กับ Road Glide รุ่นธรรมดา พร้อมกับเพิ่มระบบควบคุมอีเลคทรอนิคแบบใหม่ พอร์ต USB สำหรับการฟังเพลง และ ชาร์จอุปกรณ์มือถือ

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Road King 1994

Road King 1994

Road King 1994

ราชาแห่งท้องถนน

Harley-Davidson ได้เผยโฉมรถใหม่ในปี 1994 เป็นรถที่ใช้งานได้ในชีวิตจริง ออกแบบมาเรียบง่าย เหมือนการคืนชีพของมอเตอร์ไซด์ทัวร์ริ่งอเมริกันคลาสสิค

ความจริงแล้วรถตระกูล Road King นี้ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก รถ Electra Glide Sport ปี 1987 ( เป็นเวอร์ชั่นเบา ของ Electra Glide ดั้งเดิม)  โดย Electra Glide Sport นี้ ยังคงเก็บกระเป๋าข้างไว้เหมือนรุ่นพี่ แต่ถอดเอาพวกชุด Touring อื่นๆ เช่น กระเป๋าหลัง หน้ากาก ออก  ใช้ชิลล์กันลมแบบถอดออกได้ และ เพิ่มตะแกรงใส่ของหลัง เข้ามา

ในปี 1994 รถ Electra Glide Sport ก็ต้องหลีกทางให้ รถ Road King เข้ามาแทนที่ ความจริงแล้วรถทั้งสองสร้างอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงเพียงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ชิลกันลม และ เบาะหลังแบบถอดเร็ว เป็นต้น

Road King เป็นรถที่มีรูปทรงคลาสสิค จำหน่ายอยู่ในหน้า Catalog ของบริษัทมาอย่างยาวนาน และได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เช่น เปลี่ยนระบบจ่ายน้ำมันจากคาร์บูเรเตอร์มาใช้ระบบหัวฉีดแทน เครื่องยนต์ใหม่ ระบบส่งกำลัง รวมถึงแชชซีรถใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้นำมาติดตั้งในรถ Road King Classic ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา

โดยรวม Road King Classic ติดตั้งและใช้อุปกรณ์ต่างๆเช่นเดียวกับ Road King รุ่นก่อนหน้า ที่เพิ่มเติมมาคือเบาะนั่งแบบมีคนซ้อน กับ กระเป๋าทัวร์ริ่งข้างหนังแท้ เข้าชุดกับ ล้อซี่ลวด และ ยางขอบขาวของมัน

จนกระทั่ง ปี 2007 Harley-Davidson ได้เพิ่มไลน์การผลิต รถใหม่ในตระกูลนี้ คือ รถ Road King Custom รหัส FLHRS โดยเจ้า Road King Custom นี้ มีการปรับแต่งให้ใช้แฮนด์แบบกว้างพิเศษ หน้าเปลือยไร้กระจกบังลม โช๊คที่ปรับแต่งให้เตี้ยลง และ กระเป๋าทัวร์ริ่งข้างหนังแท้ ตัดเย็บตกแต่งพิเศษ ยิ่งเพิ่มกลิ่นอายความเป็นรถ Custom ของมัน

รถ Road King และ Road King Classic วางจำหน่าย ทั้งทางฝั่งอเมริกาและยุโรป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปีนั้นๆว่ารถโมเดลไหนจะถูกส่งไปทวีปอะไร เช่น ในปี 2014 และ 2015 Road King ปกติ ถูกส่งและวางจำหน่ายในทวีปอเมริกา ในขณะที่ทางยุโรปจะมีวางจำหน่ายเฉพาะ Road King Classic เท่านั้น

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley