การเกิดใหม่ของ Street Bob 2018

ในบรรดาตระกูล Dyna ที่ได้ถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นกลุ่ม Softail  Street Bob ถือเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนามากที่สุด จนหลายคนมองว่ามันได้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่ไปแล้ว  ในบทความนี้เรามาดูกันว่าเพราะเหตุใด มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

1. มอเตอร์ไซค์คันใหม่

ต้องยอมรับว่า Street Bob ในเวอร์ชัน Dyna ไม่ได้มอบประสบการณ์การขับขี่ในระดับดีเลิศ  ประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนถือว่าอยู่ในระดับธรรมดา  การควบคุมมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แถมเครื่องยนต์ที่ใช้ยังเป็น Twin Cam ซึ่งมีสเปคต่ำกว่า Milwaukee-Eight ณ ปัจจุบัน  ปัญหาเหล่านี้ได้หมดไปใน Street Bob โฉมใหม่ภายใต้ตระกูล Softail

2. หัวใจสำคัญ

โครงรถ Softail ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Street Bob โฉมใหม่ที่ทำให้ตัวรถมีความกระชับขึ้นและมีระบบกันสะเทือนที่พัฒนาไปอย่างมาก  ถ้าจะถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Street Bob เป็น Street Bob ก็ต้องตอบว่าโครงรถ (Chassis) นั่นเอง

3. ความคล่องแคล่ว

Street Bob ถือเป็นโมเดลขนาดเล็กสุดในบรรดา Softail โฉมใหม่  ระยะห่างระหว่างแฮนด์ พักเท้า และเบาะนั่งอาจทำให้ผู้ขับรู้สึกบีบอัดเล็กน้อย แต่องค์ประกอบเหล่านี้ก็มอบการควบคุมที่ยอดเยี่ยมหากมองในแง่ดี  ดีไซน์ของแฮนด์ที่มีลักษณะกว้างและสูงทำให้เราหวนนึกถึงยานยนต์สุดคลาสสิกอย่าง Sportster 72 และจักรยาน Schwinn Sting-Ray

4. ท้าทายสภาพถนนมากขึ้น

ทางตรงกับพื้นถนนเรียบๆ คือสภาพถนนที่เหมาะกับ Street Bob รุ่นเก่ามากที่สุด  แต่กับ Street Bob โฉมใหม่คุณสามารถนำมันไปลุยบนเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างเพลิดเพลินมากขึ้น  ยาง Dunlop จะแสดงศักยภาพออกมาได้สูงสุดบนพื้นถนนที่ปูไว้อย่างดี  ส่วนระบบกันสะเทือนจะช่วยลดแรงกระแทกบนพื้นถนนที่ขรุขระ ให้คุณรู้สึกสนุกกับการขับขี่ แม้จะมีความยากลำบากบางบริเวณก็ตาม

5. ชำนาญบนเส้นทางคดเคี้ยว

Street Bob เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ช่ำชองเรื่องการเข้าโค้ง และคุณสามารถเปลี่ยนองศาการเข้าโค้งได้อย่างง่ายโดยใช้ประโยชน์จากแฮนด์แบบกึ่งโหน (mini-apes)  หน้ายางที่แคบลงเกือบครึ่งนิ้วทำให้ผู้ขับแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงต้านทานเวลาเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทางบนเส้นทางที่คดเคี้ยว

6. ระบบกันสะเทือนใหม่

บนสภาพพื้นถนนที่ไม่เรียบ ผู้ขับ Street Bob รุ่นเก่าอาจจะต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกอยู่เสมอ ซึ่งธรรมดาเป็นส่วนหนึ่งของการขับขี่มอเตอร์ไซค์  แต่ใน Street Bob รุ่นใหม่ แม้ผู้ขับจะยังสัมผัสได้ถึงหลุมและบ่อที่ตัวรถวิ่งผ่าน แรงกระแทกที่รุนแรงนั้นกลับหายไปอย่างสิ้นเชิง  ต้องยกเครดิตให้กับโช๊คหน้า Showa Dual Bending Valve (หุ้มด้วยปลอกโช๊คอย่างสวยงาม) และโช๊คเดี่ยวด้านหลังที่ทำหน้าที่ได้อย่างดีไม่แพ้กัน  ระบบกันสะเทือนคือปัจจัยที่ทำให้ธรรมชาติของ Street Bob เปลี่ยนไป และมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ไม่เมือนเดิม

7. เครื่องยนต์ใหม่

เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ Street Bob เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าที่ใช้เครื่อง Twin Cam 103  ตัวรถมีแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 17.5% ซึ่งสามารถพุ่งไปแตะได้ที่รอบ 250 ต่อนาที  นอกจากเครื่อง Milwaukee-Eight จะมีตัว counter balance ซึ่งมอบความรู้สึกที่เหนือกว่า Twin Cam 103 ที่ใช้ยางรองแท่น (rubber-mounted) แล้ว มันยังทำให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของตัวรถสูงขึ้นกว่า 10% อีกด้วย

8. ระบบเกียร์ Cruise Drive 6 สปีด

การเปลี่ยนเกียร์บนพักเท้าถือเป็นความเพลิดเพลิน ที่สามารถทำได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเอื้อมเท้าไปที่ใดให้ลำบาก  ระบบเกียร์ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสมรรถนะการขับขี่ของ Street Bob โดยเกียร์ 6 จะเป็นเกียร์ overdrive แบบเต็มตัว  ส่วนการเปลี่ยนกลับไปเกียร์ Nเวลาจอดไฟแดงก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน

9. ความเร็ว

หากคุณไม่แคร์ว่าจะโดนใบสั่ง Street Bob สามารถทำความเร็วได้เกินกว่าที่จราจรกำหนด   หลายคนเดาว่าแฮนด์แบบโหนน่าจะมาพร้อมกับความเร็วแบบผ่อนคลาย ซึ่งไม่จริงอย่างยิ่ง  เฟรมรถ ระบบกันสะเทือน และล้อ Dunlop ทำงานได้อย่างไร้ที่ติบนทางหลวงที่โล่งๆ และหากคุณจะติดชิลด์หน้ากับกระเป๋าข้างเพิ่มเข้าไป Street Bob คันนี้ก็จะกลายเป็นทัวร์ริ่งลุยเดี่ยวคันหนึ่งเลยทีเดียว

10. ระบบเบรก

เบรกหน้ามีความแข็งแรงและสามารถหยุดรถได้ตามต้องการ แต่เบรกหลังถือเป็นจุดอ่อนของ Street Bob ที่มีประสิทธิภาพด้อยกว่า Softail รุ่นอื่น  บางสถานการณ์คุณอาจจะเลือกใช้ขาของคุณเองแทนเบรกหลังซะด้วยซ้ำ (ขำๆ)

11. หน้าปัดเรือนไมล์

หน้าปัดเรือนไมล์ของ Street Bob มีดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลก แต่ด้วยขนาดที่เล็กมันจึงกลมกลืนไปกับตัวรถได้อย่างแนบเนียน  ที่สำคัญผู้ขับสามารถมองเห็นเลขไมล์ความเร็วได้อย่างชัดเจน และมีข้อมูลอื่นๆ ให้เลือกดูได้โดยการกดปุ่มเลือกบริเวณแฮนด์ฝั่งซ้าย  ข้อมูลทั้งหมดถูกแสดงออกมาในระบบดิจิตอล

12. วิสัยทัศน์เปิดกว้าง

หน้าปัดเรือนไมล์ขนาดเล็กกับตำแหน่งกระจกข้างใต้แฮนด์ ช่วยให้วิสัยทัศน์ของผู้ขับเปิดกว้างและไม่มีสิ่งใดมารบกวน  การขับ Street Bob จะให้อารมณ์เหมือนกับการขับมอเตอร์ไซค์วินเทจขนานแท้ ซึ่งจะมีแค่ “คุณ” “มอเตอร์ไซค์” และ “ท้องถนน” ที่เป็นหัวใจของการขับขี่

13. ถังน้ำมันและสรีรศาสตร์

ขนาดถังน้ำมันของ Street Bob 2018 ถูกตัดทอนให้เล็กลงอยู่ที่ 3.5 แกลลอน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเพราะสามารถครอบคลุมระยะทางได้ถึง 150 ไมล์ (ประมาณ 240 โล) แต่หากต้องขับไกลขนาดนั้นโดยไม่หยุดพักเลย การนั่งบน Street Bob จะไม่สบายสักเท่าไร  ผู้ขับที่สูงเกินกว่า 185 ควรจะหยุดพักเป็นระยะเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้า  ส่วนผู้ขับที่มีความสูงต่ำกว่านั้นจะค่อนข้างเพลิดเพลินกับสรีรศาสตร์ขนาดกระทัดรัดของตัวรถ  เวลาจอดไฟแดงเท้าทั้งสองข้างของผู้ขับจะเหยียบพื้นถนนได้อย่างเต็มเท้า เพราะเบาะนั่งของ Street Bob มีความสูงต่ำกว่า 26 นิ้ว

14. Street Bob Softail

Street Bob ในเวอร์ชัน Softail จะเปิดประสบการณ์การขับขี่ให้กับคุณมากขึ้น  เครื่องยนต์และโครงรถใหม่นับว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด  คราวนี้คุณจะไม่ได้มีรถที่ดูหล่อเพียงเวลาจอดเท่านั้น คุณจะมีรถที่สามารถเฉิดฉายบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคได้  ถึงเวลาบอกลา Street Bob Dyna คันเดิม และเปิดทางให้กับ Street Bob Softail คันใหม่ ให้ออกมาวาดลวดลายและเติมชีวิตของคุณให้เต็มกว่าเดิม

 

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ

2018 Harley-Davidson Street Bob Review | 14 Fast Facts

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley