Harley Davidson XL 883 Sportster 55 (1957-1959)

Harley Davidson XL 883 Sportster 55 (1957-1959)
Harley Davidson XL 883 Sportster 55 (1957-1959)

กำเนิด Sportster

ในปี 1957 Harley Davidson ได้เปิดตัว รถ XL Sportster ใหม่ เพื่อมาแทนที่รถรุ่น K เครื่อง Panhead ซึ่งรถตระกูล XL นี้ เป็นเสมือนหัวหอกที่นำ Harley Davidson ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถสปอร์ตอย่างเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม รถยังคงใช้เฟรมและระบบเกียร์ที่ปรับปรุงจาก รถรุ่น KH เดิม เนื่องจาก Harley Davidson มุ่งความสนใจไปที่การปรับปรุงเครื่องยนต์ของรถมากกว่า

รถ XL เป็นรถรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ Overhead Valve ลูกสูบเหล็กหล่อ (Cast Iron) ชุดเกียร์ภายใน 4 สปีด เปลี่ยนเกียร์ด้วยเท้า และ เช่นเดียวกันรถรุ่น KH เจ้า XL Sportster ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบตะเกียบสปริงใน และ กันกระเทือนหลังแบบ สวิงอาร์ม

เนื่องจากกระบวนการการผลิตหลักๆของรถ Harley Davidson รุ่นนี้ ใช้ไลน์ผลิตเดิมของ Hydra Glide ทางบริษัทไม่ได้ตั้งไลน์ผลิตขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ส่งผลให้ รถ XL Sportster รุ่นแรก มีประสิทธิภาพต่ำ จากหลายสาเหตุ เช่น วาวล์จ่ายน้ำมันที่มีขนาดเล็กเกินไป ทำให้น้ำมันไหลเวียนได้ไม่ดี ระบบไอเสียที่ไม่สมบูรณ์ รวมถึงการออกแบบเครื่องยนต์ที่มีแรงอัดกระบอกสูบที่ต่ำเกินไป ในปีแรก รถจึงไม่เป็นที่นิยมของผู้คนมากนัก

ต่อมา ตอนต้นปี 1958 Harley Davidson ได้ผลิตรถ Sportster รุ่น High Performance ออกมา ซึ่งรถรุ่นย่อยนี้มีชื่อรุ่นว่า XLH มันมาพร้อมเครื่องยนต์แรงอัดกระบอกสูบสูงขึ้นไปถึง 9:1

นอกจากนั้น Harley Davidson ยังได้ออกรุ่นย่อยอื่นออกมาด้วย เช่น XLC (ผลิตเฉพาะปี 1958) และ XLCH (ซึ่งตั้งใจออกแบบมาเป็นรถแข่งโดยเฉพาะ ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้ผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วไป ในปี 1959)

รถรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ มาพร้อมกับถังน้ำมันทรงถั่ว ‘’Peanut’’ ซึ่งใช้ในรถอเมริกันขนาดเล็กตั้งแต่ปี 1948 ถึง 1966 รวมถึงการออกแบบระบบท่อไอเสียใหม่ 2 Shifted Tailpipes ซึ่งทั้งหมดได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่น Sportster ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในปี 1959 รถรุ่นย่อย XLH และ XLCH ได้รับการปรับปรุงให้มีลิ้นไอดี และ ไอเสีย ขนาดใหญ่ขึ้น (XLH เป็นรถเหมาะใช้กับทางเรียบ ส่วน XLCH เป็นรถที่ออกแบบมาให้ใช้กับทาง off-road กว่า)

รถ Harley Davidson Sportster รุ่นบุกเบิกเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นของรถสายการผลิตใหม่ Sportster ของ Harley Davidson ซึ่งได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ถือเป็นรถยอดนิยมตลอดกาลรุ่นนึงของ Harley Davidson มาจนถึงปัจจุบันนี้

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมืออิสรภาพแค่เอื้อมครับ

ติดตามรถสวยๆ บทความเกี่ยวกับรถ Harley Davidson ได้ทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อที่จะไม่พลาดข้อมูลดีๆ กรุณา Like กด page เราเป็น See First ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล

——————-

ติดตามเรื่องราว Harley Davidson ตอนก่อนๆได้ที่ Darkrider.net

คิดถึง Harley คิดถึงเรา Darkrider.net มือหนึ่งเรื่อง Harley

Harley Davidson B21 ปี 1926

 

Harley Davidson B21 ปี 1926

เครื่องยิงถั่ววิ่งได้

เพื่อเป็นการรับมือกับรถรุ่นใหม่สูบเดี่ยวของ บริษัท มอเตอร์ไซด์ อินเดียน “Indian Princes”

ในปี 1926 Harley Davidson ได้ตัดสินใจออกรถโมเดลใหม่สองรุ่นทันที รถสองรุ่นใหม่นี้เป็นรถลูกสูบเดี่ยวเหมือนกัน แต่ออกขายใน 2 version ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันสองแบบ

-รุ่น Solo Model A และ B ใช้เครื่อง Flathead ที่วาวล์อยู่ด้านข้าง ใช้ลูกสูบอัลลอย วางขายที่ราคา 235 usd

-รุ่น Sport Model AA และ BA ซึ่งวาง วาวล์ไว้ด้านบน Overhead Valves (OHV) ใช้ลูกสูบอลูมิเนียม วางจำหน่ายที่ราคา 275 usd

ในปีนั้น Harley Davidson ผลิต โมเดล BA ออกมา 515 คัน และเลิกผลิตไปในปี 1929 ส่วน โมเดล B ผลิตออกมามากกว่าที่จำนวน 5,979 คัน และเลิกผลิตไปในปี 1934

*หมายเหตุ วาวล์ (Valves) ในที่นี้หมายถึง วาวล์ที่ใช้ในการควบคุมจังหวะเวลา และ ปริมาณของไอน้ำมันที่จะส่งเข้าสู่เครื่องยนต์เพื่อจุดระเบิดครับ

รถรุ่นพิเศษ S Competition ก็มา

ในปี 1926 ได้มีการแบ่งรุ่นย่อยของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับประเทศขึ้น นั่นคือ การแข่งสำหรับรถรุ่นที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 350cc (21.1 cu.in)

Harley Davidson มีความคิดจะพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับรถคลาสนี้ บริษัท จึงทำการปรับแต่งเครื่องยนต์ในหลายจุด เพื่อให้สอดคล้องกับกฏข้อบังคับของสมาคม

Harley Davidson พัฒนาเครื่องรุ่นพิเศษ S Competition นี้จากชิ้นส่วนในไลน์ผลิตเดิมนำมาปรับแต่งใหม่ประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งนี้โดยความร่วมมือของบริษัทพันธมิตรหลายบริษัท อาทิ เช่น
– Ricardo ช่วยในการออกแบบและพัฒนาลูกสูบแบบพอร์ทคู่ ทำให้การไหลเวียนของอากาศในเครื่องยนต์ดีขึ้น
– Bosch ช่วยพัฒนา Compact Magneto (มีหน้าที่ควบคุมการจุดระเบิดของหัวเทียน) ให้มีขนาดเล็กลงและทำงานได้เที่ยงตรงขึ้น (ซึ่งขนาดนั้นเล็กลงมากเมื่อเทียบกับรถรุ่นยุคเดียวกัน จนได้ฉายาว่าเจ้าหนู The Baby )

ข้อดีมากๆของรถรุ่นนี้ คือ การซ่อมบำรุงซึ่งทำได้ง่ายมากถึงมากที่สุด เนื่องจากการออกแบบตัวเครื่องยนต์ ที่สามารถแยกส่วนได้อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน

และ หากคุณเกิดในปีนั้น เพียงเพิ่มเงินอีก 25 usd (275 เป็น 300 usd) คุณลูกค้าก็จะสามารถครอบครองรถ B21 รุ่น S Competition ที่ใช้เครื่อง Overhead Valves แต่งจากโรงงานได้ทันที

รถรุ่นนี้มีชื่อเล่นอีกชื่อว่า “เจ้าเครื่องยิงถั่ว” เนื่องจากเสียง ป๊อบ ป๊อบ ป๊อบ จากท่อลูกสูบเดี่ยวของมันนั่นเอง

นี่คือสุดยอดของตำนานอีกบทนึง Model B21 เจ้าถั่วน้อย ผู้ออกมาสยบ เจ้าชายแห่งอินเดียน

Harley Davidson ดีๆสักคัน ทะยานไปกับสายลม แสงแดด พร้อมกับคนรู้ใจ โลกในมือ อิสรภาพแค่เอื้อม สักครั้งในชีวิตครับ

Credit เนื้อเรื่อง/ภาพ HARLEY DAVIDSON THE LEGENDARY MODELS by MARCO DE FABIANIS MANFERTO and PASCAL SZYMEZAK

Darkrider.net แปล